Posts tagged: decoupage

Tuna Craft Story

By , 22 May 2012 22:45

วันที่ตัดสินใจลงมือทำร้านนี้ .. ไม่มีอะไรมากไปกว่าคำว่า “ลองดูสักตั้ง”

แล้วด้วยเหตุการณ์ต่าง ๆ ทำให้ทุกอย่างดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง

จากการกองของไว้แค่มุมนึงของบ้าน ขายไปเรื่อยเปื่อย

ทำเองสนุกเองไปตามเรื่อง .. จนเริ่มแบ่งปันวิธีทำให้คนอื่นอ่าน

วันนี้ร้านของเราเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้ว .. มันก็แค่มุมเล็ก ๆ ของบ้าน

ที่ก็จะมีพ่อ กับแม่ นั่งทำโน้นทนี่บนโต๊ะตัวนี้

พ่อกับแม่ไม่ต้องกลับบ้านดึก .. เปลี่ยนเป็นทำงานดึก ๆ  อยู่กับบ้านแทน

แต่อย่างน้อย เราก็ยังมีเวลาเว้นวรรค พาลูกอาบน้ำเอง วิ่งเล่นกัน และคุยกันก่อนนอน

จุดเริ่มต้นนี้ .. ทำให้อะไร ๆ ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

แววตาของเด็กปลาทูที่บ้านเริ่มสดใสขึ้น

แม่ไม่ได้ยินพ่อบ่นปวดหัวบ่อยเหมือนแต่ก่อน

และแม่เอง .. ก็ไม่ต้องแบกเรื่องปวดสมองกลับมาจากออฟฟิตทุกวัน

หลายคนคงไม่เชื่อว่า เรื่องแบบนี้ มันเกิดขึ้นได้ยังไง

บางคนก็คิดแค่ว่า มันเป็นเรื่องของความเพ้อฝัน เหมือนสมัยวัยรุ่น

พ่อแม่บ้านนี้ยังวัยรุ่นค่ะ เลยเพ้อฝัน … แค่เราเป็นรุ่นที่แปลกกว่าคนอื่นเท่านั้นเอง

ร้านเล็ก ๆ ร้านนี้ มีแรงงานอยู่ 2 แรงครึ่ง

คือแม่ที่ดูแลทุกอย่างเป็นหลัก หรือว่าจะนับแม่เป็นสองแรงดีนะ

อีกแรงนึงคือพ่อ ที่หลายคนแทบไม่อยากจะเชื่อว่า พ่อทำงานแบบนี้ได้

แถมทำได้ดีกว่าแม่เสียอีก เสียอย่างเดียว “ทำไป บ่นไป”

หรือว่าจริง ๆ ไม่ทำอะไร ก็บ่นอยู่แล้ว

อีกครึ่งแรงเนี้ย “เจ้าของร้าน” เลยทีเดียว

ทำทุกหน้าที่ .. นับขวดกาว ขวดสี ใช้หยิบขวดกาว ขวดสีได้

ล่าสุดช่วยแม่ขายของได้ ถูกใจลูกค้าคนไหนก็ไปกอดเค้าซะงั้น

เกิดถูกใจคนไหนมาก ไม่ยอมให้กลับบ้านก็มีนะ

แถมแล้วถามอีกว่าจะไปแล้วเหรอ ?

หรือคนไหนมาเวลาปั่นจักรยาน เล่นซ่อนแอบ

เธอก็ถามเลยว่า ทำไมยังไม่กลับบ้านตัวเองไปอีก

ก็ไม่รู้ว่าแบบนี้เรียกช่วยไหมเนี่ย  แต่ก็ต้องเข้าใจนะคะ

เวลาเย็น มันคือเวลาสำคัญของเด็ก

………………………………………………………

ร้านนี้เป็นร้านเล็ก ๆ ที่ให้บทเรียนที่ยิ่งใหญ่กับทุกคน

ตัวแม่เอง ได้เรียนรู้ โลกการค้า และความเป็นธรรมดาของคนมากขึ้น

แม่ได้รู้จักมิตรเพิ่ม และได้รู้จักแง่มุมของคนเพิ่มขึ้น

และทำให้ “เข้าใจ” อะไรบนโลกที่มีผลประโยชน์ในอีกรูปแบบมากขึ้นด้วย

สำหรับแม่แล้ว .. ทุกเรื่องที่ผ่านเข้ามา

ล้วนแต่เกิดผลดีทั้งหมด อยู่ที่เราจะมองแบบไหนเท่านั้นเอง

เพราะบนโลกนี้มันก็มีอยู่แค่สองอย่าง คือ ได้ กับ เสีย

หากเราจะมองแต่ด้านที่เราได้ อย่างเดียว เราก็จะได้ผลประโยชน์เงินทอง

แต่เราก็อาจจะเสียเพื่อน เสียมิตรที่ดี หรือแม้แต่เสียความรู้สึก

แต่หากมองว่า การเสียผลประโยชน์บางอย่างไปบ้าง แต่เราได้มิตร ได้เพื่อน

เราเลือกจะ ได้ แบบไหน และเสียแบบไหน เท่านั้นเอง

……………………………………………………………….

สำหรับพ่อแล้วแม่ว่า พ่อคงได้เวลากลับมามากขึ้น

ได้เรียนรู้การ “อดทน” มากขึ้นบ้างมั้ง

แต่ที่สำคัญ พ่อได้เรียนรู้การอยู่ด้วยการไม่ต้องกินยา นี่หละข้อดีที่สุด

เพราะก่อนหน้านี้สองปีกว่า พ่อกินยาแทบทุกวัน

วันนี้ .. แทบไม่ได้กินเลย ถึงแม้จะยังนอนได้บ้างไม่ได้บ้าง

ก็มีชั่วโมงนอนกลางวันมาเสริมบ้าง ก็ว่ากันไป ตามเรื่องราว

แต่ที่ได้แน่ ๆ คือได้วิ่งไล่จับ ได้เล่นซ่อนหา

และได้รบรากับเด็กเวลาเย็น ได้สอนการบ้านลูก

นี่ถ้าทำงานมีเงินเดือน ไม่ได้ทำแบบนี้นะ จะบอกให้

…………………………………………………………………….

คนที่ได้รับผลดีมากที่สุดน่าจะเป็น ลูก นั่นหละ

ลูกได้ใช้เวลาอยู่กับพ่อแม่มากขึ้น

ได้เรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ จากการนับขวดกาว ขวดสี

ได้รู้จักการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เวลาแม่ให้เรียงกาวเข้าแถว

แถวเดียวกันเต็ม ก็หันมาบอกแม่ว่า

“แม่ สีเขียวเค้าใจดี แบ่งให้สีชมพูยืนด้วย สีชมพูเต็มแล้วเลยมาขอยืนกะสีเขียวนะ”

ลูกได้เรียนรู้ถึงการ “ช่วยงาน”

ได้รู้ว่า เวลาาที่ทุกคนต้องทำงาน ลูกต้องช่วย

เค้าแพคของกันเต็มบ้าน เธอก็จะต้องมีหน้าที่กับเค้าด้วย

หน้าที่ของเด็ก ไม่ยิ่งใหญ่ แต่ความภูมิใจที่เค้าช่วยผู้ใหญ่ได้นั่นหละ “ยิ่งใหญ่กว่า”

ลูกจะช่วยประทับตราบนกล่องของบ้าง

ช่วยยกกล่องจากพ่อที่เป็นแผนกแพค มาส่งให้แม่ ที่ค่อยจ่าหน้าซอง

บางครั้งก็ได้ไปไปรษณีย์กับเราด้วย

ไปปวดอึที่ไปรษณีย์ก็เคยมาแล้ว เล่นเอาแม่ต้องไปขอเค้าเข้าห้องน้ำ

แต่ภาพที่เด็กเห็นพ่อแม่ทำงาน แล้วต้องช่วยกัน

มันเป็นภาพที่จะทำให้เค้า ซึบซับ ว่าพ่อแม่ต้องทำงาน แลกเงินมาให้เค้า

ตอนนี้จะซื้อของเล่น จะซื้อขนม เราเริ่มบอกเค้าแล้วว่า

แม่มีเงินเท่านี้นะ ได้แค่นี้ โอเคไหม ?

จนทุกวันนี้ กลายเป็นว่า

” แม่จ๋า หนูอยากได้อันนี้ แม่มีตังค์พอไหม ? “

ถ้าแม่บอกไม่พอ เค้าก็จะไม่งอแง จะมีเศร้าบ้างก็ตามประสาเด็ก

แล้วก็บอกแม่ว่า ไม่เป็นไร ไว้เอาอันอื่นก็ได้เนาะ

หรือว่าไม่เป็นไร หนูจะได้มีตังค์ไว้เรียนเปียโน

……………………………………………………………..

นี่หละ .. กำไรที่คุ้มค่าจากทูน่าคราฟ

Panorama Theme by Themocracy