Category: ชีวิตในโรงเรียนของปลาทู

เตรียมย้าย ร.ร.

By , 2 March 2013 07:15

เหลือเวลาอีกไม่กี่วันที่ลูกแม่ จะสอบเทอมสุดท้ายของชั้น อ.2

แล้วหลังจากนี้ ลูกแม่ก็จะย้ายจาก ร.ร. เดิมนี้ไปสู่ ร.ร. ใหม่

เพื่อเรียนในชั้น อ. 3 เทอมหน้า และเรียนต่อชั้นประถมที่ ร.ร.ใหม่

ซึ่งต้องบอกว่า เป็นความตั้งใจของแม่ที่จะย้ายลูกในปีนี้

และรวมกับความสมัครใจของลูกด้วยเช่นกัน

เพราะการเรียนชั้นอ. 2 ในปีที่ผ่านมามันทำให้แม่ ได้รู้ว่า

วิชาการก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ เท่ากับความสุขของเด็ก

และเด็กของแม่ .. ก็เป็นพวกที่ดูแล้วไม่ไหวในเชิงวิชาการนัก

เพราะชั้นเรียน อ.2 ของที่นี่เค้าเน้น อ่าน เขียน เรียนหนังสือ

จับเด็กนั่งโต๊ะ เขียน อ่านกันเสียส่วนมาก .. เด็กชอบทำโน้นนี่ถึงได้เบื่อ

แล้วแม่ก็ได้แอบดู .. ว่า ในชั้นปีต่อไป เรียนหนักยิ่งกว่านี้อีก

อาจจะด้วยว่า ร.ร. เน้นเรื่องการสอบเข้า ของเด็ก ๆ

ซึ่งบอกได้เลยว่า ตอนนี้ .. กระแสเรื่องสอบเข้า ป.1 ของเด็กยุคนี้ แรงส์

แต่บังเอิญว่า พ่อและแม่ไม่มีแนวคิดจะส่งลูกไปเข้าสนามสอบตั้งแต่อายุเท่านี้

เลยเป็นที่มาของการ กลับมาทบทวนเรื่องการ “หาโรงเรียนใหม่ที่เหมาะสมกับลูก”

…………………………………………………………………………

โรงเรียนใหม่เป็นโรงเรียนที่สอนในแบบบูรณาการ

แม่ก้าวเข้าไป ก็ถามก่อนเลยว่า “ไม่เน้นวิชาการใช่ไหมค่ะ”

แต่เค้าก็ไม่ได้ไม่เน้นจนถึงขั้น ไม่เอาเลย ก็สอนกันไปตามวัยของเด็ก

ซึ่งตอนนี้ลูกแม่มีพื้นจากที่เรียนมา อ.2 อยู่แล้วไม่น้อย

ก – ฮ , A- Z , a-z ลูกแม่เขียนอ่านได้หมดแล้ว

บวกเลข ลบเลขทำได้หมดแล้ว

สระก็จำได้สักครึ่งอ่ะ

อ่านเขียน สระง่าย ๆ ได้ คำง่าย ๆ ในภาษาอังกฤษได้

ซึ่งแม่ว่า .. มันเยอะไปด้วยซ้ำสำหรับเด็ก 5 ขวบ

สมัยแม่ .. ยังหั่นใบไม้เล่นขายของอยู่เลยลูกเอ๊ย

ดังนั้น .. ย้าย โรงเรียนรอบนี้ ชิวเรื่องพื้นฐานความรู้

แต่ลูกแม่จะต้องไปปรับตัวเรื่อง ภาษาอังกฤษเพิ่ม

เพราะ ร.ร. ใหม่เรียนแบบระบบ สองภาษา ลูกแม่จะต้องสื่อสารกับครูต่างชาติได้บ้าง

ฝรั่งปลาทูของแม่ .. คงใช้เวลาไม่นาน เพราะได้ยีนส์รักอังกฤษจากแม่ไปไม่น้อย

บวกกับความกล้าที่ลูกมี .. แม่ว่า ไม่ยาก ลูกเองก็บอกแม่ว่า หนูชอบเรียนกับทิชเชอร์

แม่ให้ลูกย้ายไปตั้งแต่ อ.3 เพราะตอ้งการจะให้ไปปรับตัวเรื่อง การสื่อสารเป็นอังกฤษเนี่ยหละ

………………………………………………………………………………

นอกจากลูกแม่ได้วิชาการจากโรงเรียนเก่ามาแล้ว

ลูกแม่ยังได้ ทักษะการกินที่ดีขึ้นจากโรงเรียนเก่าด้วย

ลูกแม่กินผักได้หลายอย่างมากมาย .. กล้าลองชิมอาหารแปลก ๆ

ซึ่งต้องขอบคุณทาง โรงเรียนที่ช่วยสอนเรื่องนี้ให้กับเด็ก ๆ

และลูกแม่ก็ได้ ภูมิต้านทานครูเสียงดังมาด้วย

โดยธรรมชาติของลูกและแม่บ้านนี้คือไม่ชอบคนเสียงดัง

ใครอย่ามาดุ อย่างมาตะโกนใส่ น้ำตาไหลแบบออโต้

วันนี้ลูกแม่เข้มแข็งขึ้นเยอะ .. เพราะอยู่กับครูที่ใช้เดซิเบลสูงกับเด็กเล็กมาเป็นปี

จนมีหลายรอบที่แม่คิดจะ “ลาออก” และก็เคย “ลาออกกลางเทอม” มาแล้ว

และครั้งนั้น เราแม่ลูกเลือกที่จะให้โอกาส ครู และ โรงเรียน ปรับปรุง

ซึ่งก็เป็นการดีกับคนที่ยังเหลืออยู่ และเราเองก็สบายใจ

ถึงแม้ผลสุดท้ายมันจะออกมาไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่นัก

แต่เราก็ถือว่า เราได้เลือกมันแล้วนะลูก .. เหลือแค่อีกไม่กี่วันเอง

ในร้าย มีดีเสมอ .. เพราะมันคือการสร้างภูมิต้านทานเพื่อวันข้างหน้า

เราคงเลือกไม่ได้ว่า ต่อไปเราจะไปเจอครูแบบไหน ?

เอาเป็นว่า ถ้าไม่ได้เลวร้ายเกินมาตราฐานครูเด็กเล็กทั่วไป แม่ว่า ลูกแม่อยู่ได้

ที่ผ่านมา … ลูกแม่เจอแต่เจ๋ง ๆ มาทั้งนั้นแล้วเนาะ

เก็บประสบการณ์เหล่านี้ไว้เป็น .. บทเรียนที่จะทำให้เราเข้มแข็งขึ้นในวันต่อไป

…………………………………………………………………..

แม่ไม่หวังอะไรกับ ร.ร ใหม่มากมายนัก

แต่แม่ใช้เวลาในการดู และก็ใช้การสอบถามจากเพื่อน ๆลูกทีเรียนอยู่ก่อนแล้วเป็นปี ๆ

ว่าทุกอย่างดูโอเค อยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้

ก็ก้าวกันต่อไป …

Panorama Theme by Themocracy