ผลประเมินพัฒนาการ
จากการไปพบจิตแพทย์เด็กด้วยปัญหาของการไม่ฟังคำสั่งที่ไม่อยากทำ
ไม่ให้ความร่วมมือในห้องเรียนสำหรับกิจกรรมที่ไม่ชอบ
และมีอารมณ์อ่อนไหว และมีแรงต่อต้านอย่างรุนแรง
วันนี้แม่ได้รับผลการประเมินพัฒนการและการวินัจฉัยของหมอเป็นที่เรียบร้อย
ทางสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่น ราชนครินทร์ (ตรงข้าม ร.พ.รามาฯ)
ซึ่งครั้งแรกที่ปรางได้เจอหมอนัท หมอก็บอกว่าให้ประเมินพัฒนาการ
เพราะเท่าที่หมอคุยในช่วงการเจอกันครั้งแรก ก็สังเกตว่า ปรางเป็นเด็กมั่นใจสูง
และดูเหมือนว่า จะหัวไว น่าจะมีไอคิวสูง แล้วแม่เองก็เล่าปัญหาที่ครูแจ้งมาให้ฟัง
หมอบอกว่า การที่เด็กมั่นใจในตัวเองสูง และไม่ชอบเล่นกับเด็กด้วยกัน
เพราะอยู่แต่กับผู้ใหญ่นั้นมีผลกับเด็กเมื่อโตขึ้นคือ จะเข้ากับเพื่อนไม่ได้
และการเป็นวัยรุ่นถ้าเข้ากับเพื่อนไม่ได้ ก็จะมีปัญหาในที่สุด
เราจึงควรปรับพฤติกรรมของปรางทีละเล็กทีละน้อย เริ่มต้นด้วยการเรียกชื่อเสียใหม่
ถ้าจำกันได้ ปรางจะแทนตัวเองว่า “พี่ปราง” อยู่พักนึงหลังจากน้องทักทายเกิด
แล้วเค้าก็แทนตัวเองว่าพี่ปรางกับทุกคน เราก็เรียกเค้าว่า พี่ปรางกันหมด
มันเป็นการไป “เสริม” ความรู้สึกว่าตัวเองเหนือกว่าเพื่อนให้ปราง
เราก็ใช้เวลากันอยู่สักสามเดือนเห็นจะได้ คำว่า พี่ปรางก็หายไปจากปากของปราง
และจากทุกคนใกล้ตัว ตอนนี้ฝากบอกผ่านทางนี้ นะคะ เจอปรางคราวหน้าเรียก “ปรางนวล” นะคะ ^^
แล้วสิ่งที่พยายามปรับคือ แนวความคิดของปรางเองว่า เค้าเป็นพี่ เค้าก็จะเป็นพี่หมด
ก็ต้องอธิบายว่า เค้าเป็นพี่คนนี้เพราะคนนี้เกิดทีหลัง แต่เค้าต้องเป็นน้องคนโน้น เพราะคนโน้นเกิดก่อน
เรียกได้ว่า สอนให้รู้จักรุ่นพี่รุ่นน้องจะได้ไม่ไปปีนเกลียวใครเค้าเข้านะลูกเอ๊ย !!!!
…………………………………………………..
การทดสอบครั้งแรก ผู้ทดสอบแทนตัวเองว่าครู ก็เข้าใจว่าน่าจะเป็นนักการศึกษา
ครูแจ้งว่า จะใช้แบบทดสอบที่เรียกว่า “คาร์” (จนวันนี้ก็ยังหาคำสะกดที่ถูกต้องไม่ได้ ลืมถามทุกทีเลย)
เพื่อมาทดสอบปราง ซึ่งแบบทดสอบที่ใช้กันทั่วไปมีอยู่ 2 แบบคือ คาร์ที่ว่านี่
ซึ่งละเอียด และอีกแบบคือแบบ Denver II ซึ่งหยาบกว่า
ปรากฎว่าทดสอบกันด้วย คาร์ จนจบครูก็ขอนำ Denver II มาทดสอบปรางอีกครั้ง
พอทดสอบเสร็จ ก็คุยกันกับแม่นิดหน่อย เรื่องผลว่า น่าจะมีพัฒนาการเกินวัย
แต่ก็ต้องรอคุณหมอเป็นผู้สรุปอีกครั้งหนึ่ง เพราะจะต้องทำการทดสอบอีกครั้งจากนักจิตวิทยา
ซึ่งครั้งที่สองเป็นนักจิตวิทยาเป็นผู้ทดสอบ ครั้งนี้แม่ไม่ได้อยู่ในห้องด้วยแบบครั้งแรก
ครั้งที่สองทางสถาบันแจ้งว่าคือการทดสอบ DQ ซึ่งไม่รู้เหมือนกันว่า คืออะไร (รู้จักแต่ EQ , IQ )
ปรางก็ยอมเข้าห้องทดสอบแต่โดยดี และพอเสร็จสิ้นครูผู้ทดสอบก็คุยกับคุณแม่ว่า
น้องมีพัฒนาการสมวัยนะคะ สมาธิค่อนข้างดีทีเดียว แต่ไม่รู้จะจัดการกับอารมณ์โกรธหรือไม่พอใจอย่างไร
คุณแม่ต้องสร้างสถานการณ์เพื่อจะขัดใจลูกบ้างนะคะ .. เค้าจะได้เรียนรู้อารมณ์ตัวเองเวลาถูกขัดใจ
……………………………………………………..
ค่าใช้จ่ายในการทดสอบทั้งสองครั้งประมาณ ครั้งละ 550 บาท
ต่างจาก ร.พ.เอกชนมากมายก่ายกอง รู้สึกดีกับบริการของรัฐก็ตรงนี้หละ
และใช้เวลารอผล 1 สัปดาห์ ก็ได้พบคุณหมอเพื่อฟังบทสรุปทั้งหมดในวันนี้
หมอนัทบอกว่า ปรางมีพัฒนการสมวัย และมีทักษะด้านการใช้ภาษาดีมาก
คือพูดรู้เรื่อง เล่าเรื่องราวได้มากมาย แต่การที่มีทักษะทางด้านภาษาดีนั้นก็มีข้อต้องระวัง
คือเด็กจะรู้จักหลบหลีก ต่อรองและเบี่ยงเบียนสิ่งที่ไม่พอใจ ไม่อยากทำด้วยการพูดที่ดีนี่หละ
ขณะที่หมอบอกก็ยกตัวอย่างให้ฟังด้วยว่า ให้น้องเล่าเรื่องไดโนเสาร์ ปรางบอกได้ว่า ไดโนเสาร์ตัวใหญ่มาก
คอยาว แล้วก็มีชื่่อไดโนเสาร์ว่า สะเต็กโกซอรัส คือเล่าได้มากมาย
แต่พอหมอหยิบกระดาษให้วาด เธอวาดไม่ได้ ขีดเส้นยาว ๆ ได้เส้นเดียวแล้วก็บอกว่าทำไม่ได้แล้ว
หมอก็ช่วยวาด แล้วก็ชวนคุยไปเรื่อย ๆ ได้คำตอบว่า ไม่อยากวาด เพราะไม่อยากทำ
นั่นคือ เค้าจะเบี่ยงเบนเปลี่ยนประเด็นเรื่องที่ต้องทำเพราะความไม่อยากทำด้วยคำพูดของเค้า
สิ่งที่คุณแม่ต้องปรับคือ ลงรายละเอียดกับลูกในการลงมือให้มากขึ้น ช่วยกันทำให้งานเสร็จบรรลุไปด้วยกัน
เพื่อให้เค้าผ่านความรู้สึกว่า ” เห็นไหม เราก็ทำได้ไม่ได้ยากอย่างที่คิดนินา”
นี่คือเรื่องแรกที่ควรจะต้องปรับปรุง สำหรับเด็กช่างเจรจาอย่างปรางนวล
เวลาเค้าต่อรอง ต่อว่า เวลาเค้าไม่พอใจ คำต่าง ๆนานา ก็จะมาบาดหัวใจพ่อแม่ ได้มากมาย
ก็จะทำให้เค้ารอดตัว หรือว่า พ่อแม่ยอมเค้าแต่โดยดี เพราะสงสารบ้าง ไม่อยากฟังคำแสลงใจบ้าง
นี่ก็อีกเรื่องที่ควรระวัง สำหรับการมีลูกช่างเจรจา
…………………………………………………………
สำหรับเรื่องการพูดถึงเพื่อน ก็ยังมีน้อย สมัยพบหมอก่อนน่านี้ก็มีน้อยเช่นกัน
หมอเลยแนะนำว่า ให้พาลูกทำกิจกรรมร่วมกับกลุ่มเด็ก ๆ วัยเดียวกัน
ให้เด็กได้มีประสบการณ์ และเหตุการณ์ที่จะต้องแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้ากับเด็กวัยเดียวกัน
เพราะถ้าเค้าอยู่แต่กับผู้ใหญ่ ยังไงผู้ใหญ่ก็ยอมเค้าอยู่ดี
แต่ถ้าอยู่กับเด็กวัยเดียวกัน เค้าก็จะต้องเรียนรู้วิธีที่จะอยู่ร่วมกับเพื่อน
พาเข้าค่าย หรือว่าพาเข้ากิจกรรมแบบกลุ่มเด็กให้มากขึ้น (อันนี้เลยทำให้หยิบแก๊งค์สวนรถไฟกลับมาปัดฝุ่น)
อีกเรื่องที่หมอย้ำคือเรื่องการฝึกวินัย ควรจะทำต่อเนื่องจากเดิมที่ทำอยู่แล้ว
ควรจะทำอะไรให้เป็นเวลา เจ้าตัวคงไปเล่าให้หมอฟังว่า ไม่ชอบแปรงฟัน ชัวร์ !!!
ก็ให้เอาตารางดาวมาใช้ หรือว่า การอยู่ในกติกา ซึ่งก็พอจะทำกันได้ แค่รักษาระดับความสม่ำเสมอไว้
อีกเรื่องคือเรื่อง กล้ามเนื้อมัดเล็ก จะต้องฝึกให้มากกว่านี้ เพราะดูจากการเขียนลายเส้นแล้ว
น้ำหนักมือยังเบาอยู่มาก ควรจะต้องฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กให้มากขึ้น
เช่น ร้อยลูกปัด ปั้นดินน้ำมัน เดี่ยวจะต้องหาข้อมูลเพิ่มเติม เรื่องการฝึก
………………………………………………
หมอแจ้งว่า ระดับไอคิวของปรางอยู่ที่ 105 ซึ่งแม่ก็ไม่ได้อะไรมาก
เพราะไม่รู้ว่า มันยังไง สูง กลาง ต่ำ หรือว่า ขำ ๆ ฮา ๆ โอเคแล้ว
กลับมาหาข้อมูลนิดหน่อยว่า ค่าเฉลี่ยของเด็กปกติอยูที่ 90-110
ถ้าเด็กที่เรียกว่า gifted หรือว่าฉลาดมากกว่าปกติ จะต้อง 120-130
ไม่อยากจะบอกว่า ดีใจที่ลูกไม่ได้ฉลาดมาก เพราะรู้อยู่ว่า มันจะมีปัญหาตามมาอีกมากเช่นกัน
ถ้าดูเองจากค่าเฉลี่ยก็ถือว่า พอใจแล้วหละ 105 เนี่ย ว่าจะเอาเลขไปซื้อหวยดีไหมเนี้ย ^^
เรื่องการปรับพฤติกรรมก็ไม่หนักใจอะไรแล้ววันนี้
เพราะล่าสุดไปถามครูที่โรงเรียนใหม่ ซึ่งพาปรางไปมอบตัววันนี้ว่า เดือนที่ผ่านมาปรางเป็นไงบ้าง
ได้รับคำตอบว่า ปรางเข้ากับเพื่อนได้ เล่นกับเพื่อนได้ และร่วมกิจกรรมอย่างสนุกสนาน
ก็คือว่า เริ่มต้นกันด้วยดี อาการยิ้มแย้มแจ่มใสของลูกก็ทำให้แม่เบาใจด้วย
ตอนนี้ .. แม่เองกำลังต้องนอนคิดว่า จะแบ่งเวลาอย่างไรเพื่อลูก
เพราะหมอก็แนะนำว่า ให้มีเวลาช่วงนึงที่เล่นกันให้เต็มที่ ซึ่งน่าจะคือ “เวลาคุณภาพ”
ในแบบฉบับของครูพบ เล่นอะไรก็ได้กับลูก เล่นแบบที่ลูกอยากให้เราเป็น
แล้วหมดเวลาช่วงนั้นเราก็ต้องทำอะไรที่มี “กติกา” เพื่อจะสอนให้ลูกรู้จักกติกา
ซึ่งก็น่าจะสอดคล้องกันกับหนังสือเล่มเขียวเรื่องการฝึกวินัยว่า
เราจะต้องสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับลูกก่อนที่จะฝึกวินัย
………………………………………………….
วันนี้แม่เบาใจไปเยอะ และน้อมรับคำแนะนำจากหมอนัทมาทำตาม
และต้องขอบคุณสองจิตแพทย์ประจำบ้านของเรา
ที่คอยให้คำแนะนำดี ๆ กับครอบครัวเรา แถมยังเอ็นดูปรางกันด้วย
แม่ยุ้ยมั่นใจได้แน่นอนว่า จะพัฒนาลูกได้อย่างเต็มที่ ด้วยกำลังใจของคนเป็นแม่
และมีกองหนุนอย่างน้านุ่นกับหมอนัท และกลุ่มเพื่อนที่น่ารักของแม่ทั้งหลาย
ไม่ว่าจะเป็น แก๊งค์แม่หมู และอื่น ๆ ที่เป็นกำลังใจและเอาใจช่วยเราเสมอมา
เตรียมตัวพบกันที่สวนรถไฟพร้อมการละเล่นดี ๆ กันแบบเดิมค๊า !!!
