ชีวิตแม่มั้งนะ
ตอนนี้ชีวิตแม่ยุ้ย ก็กำลังปวดหัวกับเรื่องฟุ้งในสมอง
ปล่อยให้มันฟุ้งไป ตามดูอยู่ว่ามันจะฟุ้งไปที่สุดได้แค่ไหน
ก็เมื่อมันที่สุดแล้ว ก็อ๋อว่า..มันเป็นธรรมดาของคนนะ
เห็นว่า ความปวดหัวเกิดขึ้น แล้วมันก็หมดไป
ถ้ามันยังไม่ถึงที่สุดเอง มันก็จะผุดขึ้นมาใหม่
ครั้งนี้ไม่กด ไม่บังคับ ไม่บีบให้มันหยุดเลยนะ
ก็ดูซิว่า มันจะเซ็ง จะเบื่อ อยากจะดิ้นไปแค่ไหน
ครั้งนี้เข้าใจว่า การปล่อยให้มันวิ่ง ๆ ไปกะบังคับให้มันนิ่ง ๆ ไว้มันต่างกัน
แล้วพอมันถึงที่สุด มันก็หมดไปเอง ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้าพยายามจะหยุดมัน
มันก็หยุดไม่ได้แบบวันที่มันหยุดเอาเอง
รู้เอาความจริง ไม่ได้รู้เอาดี
ก็มีตะหงิด ๆ เหมือนกันว่า เอ้ยฟุ้ง ไม่ดีมั้ง
ตามดู ตามรู้ไป ไม่ต้องสนใจซิว่ามันดีหรือไม่ดี
นี่หละเลยได้เห็น อะไรมากมายในระยะเวลาสามสี่วันนี้
ใครทำอะไรก็เรื่องของเค้า เรื่องของเราคือ รู้ตัวไว้
อย่าใจลอยเผลอไปผสมโรง หรือเอาอะไรมาปนเปื้อนใจตัวเอง
เก็บขยะไว้กะตัวอยู่สี่วัน รู้สึกเลยเหม็นโชยเชียว
และก็ได้เห็นความแตกต่างเลย ระหว่างเวลาขยะน้อยกับขยะมาก
นี่คือเราควบคุมไม่ได้ เลือกไม่ได้ เห็นข้อนี้ชัดขึ้น
……………………………………….
หลวงอาบอกว่า อย่าคิดมาก คิดมากยากนาน
จิตที่มีสติ และจิตที่ไม่มีสิต สอนธรรมะเราได้เท่าเทียมกัน
