สดใส ซาบซ่า เริงร่า ตลอด

By , 24 July 2011 04:47

เรื่องที่ยากสำหรับแม่เมื่อสี่ห้าเดือนก่อนคือ การตัดสินใจย้ายโรงเรียนลูก

เพราะไม่รู้ว่าความเปลี่ยนแปลงที่แม่ตัดสินใจครั้งนั้นจะส่งผลอย่างไรบ้าง

เวลาผ่านไปกว่า 4 เดือนเห็นจะได้

วันนี้ … แม่ได้คำตอบแล้วว่า ความเปลี่ยนแปลงนำพาหลายสิ่งที่ดีกว่า มาให้ลูกแน่นอน

อย่างแรกที่เห็นได้ชัดคือ “ชีวิตชีวาของความเป็นเด็ก”

สีหน้า แววตา เสียงใสแจ๋ว เจื้อยแจ้วเล่าเรื่องราวที่โรงเรียนและเพื่อนทุกวัน

พ่วงท้ายมาถึงการเล่าเรื่องครูด้วย นั่นเป็นความแตกต่างอย่างแรกที่แม่เห็นได้ชัด

จากเดิมที่คิดว่า ลูกน่าจะโอเคอยู่แล้ว ลูกน่าจะไม่เครียดกับแนวการเรียนของโรงเรียนเดิม

ที่ไม่ได้เน้นวิชาการอะไรมากมาย แต่ก็น่าแปลกใจมากที่ ลูกไม่ได้ร่าเริงอย่างเช่นทุกวันนี้

เรื่องที่สองที่ทำให้แม่มั่นใจว่า แม่เลือกที่ใหม่ให้ปรางได้ถูกคือ ทักษะสังคมที่ดีขึ้น

จากเดิมแม่เคยได้รับฟังรายงานจากครูว่า ปรางมีทักษะสังคมไม่ค่อยดี

ไม่เล่นกับเด็กรุ่นเดียวกัน ชอบอยู่แต่กับผู้ใหญ่

ทุกวันนี้ .. ลูกแม่ก็คือเด็กธรรมดาคนนึงนั่นหละ เล่นกับเพื่อน ตีกับเพื่อน แล้วก็พูดถึงเพื่อน

ต้องเรียกได้ว่า ตั้งแต่สัปดาห์แรกที่ไป แม่ก็ได้ยินชื่อเพื่อนกลับมาบ้านแล้ว

ปรางจะคอยรายงานทุกวันว่า วันนี้ใครไม่มาเรียนบ้าง

วันนี้ลูกแม่มีชื่อเพื่อนสนิทกลับมาเล่าเกือบทุกวัน ผ่านระแวกบ้านใคร ที่นั่งรถโรงเรียผ่าน

เธอก็จะบอกเลยว่า ตรงนี้บ้านลีลี่นะแม่

ความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ของลูกดูแตกต่างออกไปด้วย เพราะแววตาแห่งความสนใจที่แม่เห็น

อยากรู้ อยากถาม หยุดหลายวัน บ่นอยากไปโรงเรียน

บางวันที่แม่มีเหตุจำเป็นจะต้องให้หยุด เช่นวันก่อนที่แม่ต้องไปศาล

ไม่รู้จะไปส่งปรางยังไงให้ทันก่อนที่แม่จะไปศาล ก็เลยว่าจะให้หยุดดีกว่า เดี๋ยวแม่จะไปศาลไม่ทัน

หยุดมากัน 3 วันแล้ว หยุดต่ออีกวัน เด็กคงติดใจ

เปล่าเลย !! ปรางบ่นทั้งวันว่า ทำไมไม่ได้ไปโรงเรียนหละ หยุดมาหลายวันแล้วนะ

สุดท้าย ได้พ่อก้านมาแวะรับไปโรงเรียนพร้อมกองทัพ

………………………………………………….

แม่แทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่า โรงเรียนอนุบาลที่เด็กใช้เวลาเล่น กินข้าว นอนกลางวัน

แค่วันละไม่กี่ชั่วโมงจะมีผลกับชีวิตลูกขนาดนี้

ตอนนี้ลูกแม่กินอาหารเป็นหลายอย่างมากขึ้นเยอะ

มีความอยากรู้ อยากลิ้มรสชาด อาหารแปลก ๆ มากขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะมาก (มากจริง ๆ)

ผลไม้ กินได้ทุกชนิดที่โรงเรียเตรียมไว้ให้ ผักก็กินได้อย่างไม่ปฎิเสธแบบแต่ก่อน

เลยส่งผลทางตรงทำให้ ลูกดูแข็งแรงและสดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ดูมีเนื้อมีหนัง มีแก้ม มีคาง ดีกว่าแต่ก่อนเยอะมาก

แม่เองก็คิดว่า สุขภาพที่ดีก็มีผลอย่างมากกับสุขภาพจิตและความพร้อมในการเรียนรู้

ที่สำคัญ ส่งผลถึงสุขภาพจิตของคนเป็นแม่และคนอื่น ๆ ในครอบครัวด้วย

เมื่อลูกรักของเราไม่เจ็บป่วยถี่บ่อยจนพ่อแม่วิตกจริต

อาการที่มีอยู่บ้างคือ หวัด และน้ำมูก ไอจามตามปกติ

ก็ยังนึกถึงตัวแม่เองสมัยเด็ก วิ่งขี้มูกเขียว ไม่เห็นต้องไปนอน รพ.  วันนี้ปรางก็เป็นแบบนั้น

………………………………………………….

วันนี้ .. แม่เลือกที่จะให้ลูกเติบโตไปกับสภาพความเป็นจริงในปัจจุบัน

จากเดิมที่แม่พยายามจะสร้างสภาพแวดล้อมในแบบที่แม่คิดว่าดีให้ลูก

แล้วก็ฝากความหวังไว้กับแนวทางการเรียนรู้ที่คิดว่าจะช่วยได้

วันนี้ .. แนวทางการเรียนรู้ของโรงเรียนทางเลือกก็ยังเป็นที่น่าประทับใจสำหรับแม่อยู่

แม่ก็ยังศรัทธาในการให้ความสำคัญกับศักยภาพเด็ก และการพัฒนาไปตามวัย

เพียงแต่ เราพัฒนากันในโลกของความเป็นจริง โดยมีกรอบของการแทรกแนวคิดลงไปในการเลี้ยงดู

แม่ก็ยังเปิดโอกาสให้ลูกได้เล่าเรื่องราวต่าง ๆ ซักถามและค้นหาคำตอบ

แม่ก็ยังคงใช้เวลาคุณภาพกับลูก ชักชวนกันเล่นด้วยจินตนาการในแบบฉบับ Floor time

และแม่ก็ยังคง ให้โอกาสลูกที่จะพูดและเลือกในสิ่งที่ลูกสามารถเลือกได้

และสุดท้าย แม่ก็ยังคง เห็นความสุขของลูกเป็นสำคัญเสมอ

แค่วันนี้ เรายืนอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง บนโลกใบนี้ของเราด้วยเท่านั้นเอง

Leave a Reply

 

Panorama Theme by Themocracy