ลูกฉันเป็นอะไรกันแน่ ?

By , 17 March 2011 11:20

สมัยปรางอายุสักสองขวบนิด ๆ ก่อนจะเข้า โรงเรียน

หมอเด็กประจำตัวที่หาประจำเคยบอกคุณแม่ว่า

ดูท่าทางปรางจะโตกว่าเด็กวัยเดียวกันนะคะ ไปโรงเรียนเข้า อนุบาลได้เลยเนี่ย

แม่อย่างฉันก็ยังไม่ได้คิดอะไร … เพราะไม่อยากให้ลูก แปลกไปจากปกติ

ได้แต่บอกหมอไปว่า เดี๋ยวต้องแล้วแต่ครูเค้าหละคะว่าจะอีท่าไหน

พอส่งปรางไปโรงเรียนอนุบาลช้างเผือก แม่ก็ยังเงียบ ๆ ไม่ได้พูดอะไรกับครูเรื่องนี้

จำได้แม่นยำเลยว่า ครูหมีขอคุยด้วยตั้งแต่วันที่ 3 ที่ปรางไปโรงเรียนเลย

ในเรื่องพฤติกรรมต่าง ๆ ที่ปรางมีและแตกต่างจากที่เพื่อน ๆ วัยเดียวกันมี

ไปเล่าให้หมอฟัง หมอชมเลยว่า ครูโรงเรียนนี้ใส่ใจเด็กมากนะเนี่ย สังเกตเห็นไวดี

แต่ในพื้นที่ของโรงเรียน คุณแม่ก็เคารพในความคิดเห็นและแนวทางของครูเสมอ

เวลาผ่านมาครบ 1 ปีพอดีทีปรางไปโรงเรียน .. วันนี้หลายอย่างชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ

จนวันที่เรานั่งคุยกันระหว่าง แม่ และครูหมี และแม่ก็มีคุยกับครูอั๋น (ครูใหญ่)

ว่าแม่พาปรางไปพบจิตแพทย์เด็ก ที่สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่น

หมอนัท (จิตแพทย์กิตติมศักดิ์สำหรับครอบครัวเราอีกคน) บอกว่า ปรางน่าจะไอคิวสูงกว่าเด็กปกติ

ให้เราไปทำการประเมินพัฒนาการ .. และวันนั้นที่ได้คุยกับหมอนัท หมอชี้ให้เห็นอะไรหลายอย่างมาก

ซึ่งถือว่าเป็นข้อดีในการพาลูกไปพบหมอจริง ๆ เพราะเราจะได้ปรับแนวทางการเลี้ยงดูลูกได้อย่างถูกต้อง

อย่างแรกเลยคือ หมอบอกว่า ปรางมั่นใจในตัวเองสูงมาก และบังคับไม่ได้

จริงซะยิ่งกว่าจริงอีกอ่ะคะ .. เวลาต่อต้านทีเนี้ย ไม่อยากจะบอกว่า แม่เหนื่อยเหลือแสน

ตอนนี้ครอบครัวและโรงเรียนก็กำัลังรอผลทดสอบปรางอยู่ และมีต้องไปทดสอบด้านจิตวิทยาอีกครั้ง

…………………………………………………..

วันนี้ แม่อย่างฉันต้องเริ่มทำใจยอมรับ ในความแตกต่างที่ลูกเป็น

คำว่าไอคิวสูงหลายคนฟังอาจจะคิดว่า ทำไมต้องยอมรับอะไรมากมาย

มันก็น่าจะดีนินา .. ขอบอกว่า ทุกอย่างบนโลกนี้ไม่มีอะไร ดีทั้งสองด้านค่ะ

ทุกสิ่งมีดี มีด้อย ควบคู่กันเป็นธรรมดาของโลก

เด็กกลุ่มนี้จะมีทักษะทางด้านสังคมที่ต่ำ เพราะไม่เอาเพื่อนรุ่นเดียวกันเลย

ซึ่งลักษณะหลายอย่างที่คนภายนอกเห็น อาจจะเห็นว่าปรางเป็นเด็กพูดจาเกินวัย

พูดจาแบบผู้ใหญ่ ฟังคำสั่่งเข้าใจง่าย ทำตามกติกาได้ดี แต่ถ้า อีกนาทีต่อมาเธอหงุดหงิด

จะบอกว่า เตรียมตัวไว้เลยค่ะ เธอสามารถหวีดได้ทีละเป็นชั่วโมงแบบไม่ลดระดับได้เลยทีเดียว

ซึ่งวันนี้ .. แม่อย่างฉัน อยากให้ลูกเป็นเด็กธรรมดา พัฒนาตามวัยน่าจะดีที่สุด

แต่ในเมื่อมันไม่ใช่แบบนั้น เราก็ต้องยอมรับในสิ่งที่ลูกเป็นตามความเป็นจริงกันไป

…………………………………………………….

พอแอบคุยกับครูที่ประเมินพัฒนาการได้ใจความคร่าว ๆ ว่า ลูกคุณแม่มีพัฒนาการเกินวัย

แม่ก็เริ่มกลับมาหาข้อมูลว่า อะไร ยังไง และอย่างไรกันต่อ

เลยไปเริ่มเจอบทความที่บ่งบอกลักษณะนิสัยของเด็กกลุ่มนี้ ซึ่งตรงกับปรางหลายข้อเช่น

1. เป็นคนอ่อนไหว จึงรู้สึกเจ็บปวดได้ง่าย ผิดหวังได้ง่าย

ข้อนี้แต่ก่อนเราคิดว่า อ่อนไหวได้แม่ไป เพราะแม่อารมณ์ศิลปิน

และเรื่องเจ็บง่าย เราก็นึกว่าลูกเราเป็นดาวพระศุกร์

2. ถ้าสนใจอะไรแล้ว จะมีสมาธิสนใจและจดจ่ออยู่เป็นเวลานาน

แรก ๆ เราก็นึกว่า เป็นเรื่องธรรมดาของเด็กที่อยากจะเล่นในสิ่งที่ตัวเองชอบ

และไม่อยากเล่นไม่อยากทำในสิ่งที่ตัวเองไม่อยากทำินินา

ครั้งแรก ๆ ครูหมีเคยเล่าให้ฟังว่า ปรางไม่ฟังนิทานในกิจกรรมกลุ่ม

และไม่ยอมเอามือละเลงสีแล้วแปะในกระดาษ แต่ถ้าจะทำให้เธอยอมทำ

จะต้องอธิบายขั้นตอนให้มันยุ่งยากซับซ้อน แล้วถ้าเธอฟังคำอธิบายแล้วสนใจ

เธอก็จะยอมลงมือทำ ถ้าเธอสนใจ และสิ่งนั้นเร้าใจเธอมากพอ

ก็อะไรที่ครูสอนไม่ถูกใจ เธอวิ่งออกนอกห้อง หรือว่าชวนเพื่อนเล่นซะเลย

เป็นโรงเรียนแนววิชาการ สงสัยเชิญผู้ปกครองไปอบรมแล้วหละเนี้ย

3. ความจำเป็นเยี่ยม

เรื่องนี้แม่แอบคิดเสมอว่า ฟลุ๊คมากกว่ามั้ง

หลัง ๆ เริ่มแอบเทสลูกเองเงียบ ๆ เออจำได้จริง ๆวุ้ย

เรื่องราวผ่านมานานแล้ว ก็ยังจำได้แบบไม่น่าจะใช่

4. ชอบคบเพื่อนที่อายุมากกว่า หรือว่า ผู้ใหญ่

ไปโรงเรียนเทอมแรกได้ชื่อเพื่อนกลับมาคนเดียวคือพี่บัญบัญ

แล้วก็ไม่ชอบเล่นกับเด็กเล็ก ซึ่งข้อนี้ครูหมีเองก็บอกว่า

ปรางจะมองเพื่อน ๆ ว่าเป็นเบ๋บี๋ ทำอะไรกัน ฉันไม่เล่นด้วย

ซึ่งสายตาแบบนั้น แม่เองก็เห็นมาบ่อยมาก และชอบเล่นกับผู้ใหญ่มากกว่าเด็ก

แต่ก่อนแม่ก็คิดแค่ว่า ลูกอยู่กับผู้ใหญ่จนชิน

ทุกวันนี้เธอแทนตัวเองว่า พี่ปราง ชัดเจน แล้วแยกด้วยว่าเธอโตกว่าคนนี้ ๆ

ซึ่งอันนี้แม่จะต้องปรับพฤติกรรมว่า กับคนที่อายุเท่ากันเธอไม่ได้เป็นพี่หรอก เป็นเพื่อนกัน

แล้วก็มีหลายต่อหลายครั้งที่เจอเด็กรุ่นพี่โตกว่า สักปี เธอไม่ยอมให้เค้าเรียกว่า น้องปรางด้วย

เธอบอกเลยว่า เธอก็พี่ปรางเหมือนกัน เราโตเท่ากัน อันนี้แม่ต้องอธิบายมากมาย

ไว้จะแอบไปถามหมอว่า ควรจะทำไงดี ตอนนี้แม่ใช้วิธีแบ่งระดับย่อยในความเป็นพี่

ว่าพี่มีหลายระดับ พี่ปรางเค้าบอกว่าเค้าเป็นพี่กลาง พอเจอมีมี่ก็บอกว่า พี่กลางเหมือนกัน

ทำไมพี่ปรางต้องเป็นน้องของมีมี่ด้วย เลยบอกว่า พี่ปรางมีแบบเบื้องต้น ตอนกลางและตอนปลาย

ปรางเลยบอกว่า พี่ปรางเป็นพี่กลาง แบบสองต้นนะคุณแม่ เออเอากะมันซิวุ้ย

5. ผดุงความยุติธรรม ชอบความถูกต้อง

อะไรของใคร ห้ามคนอื่นใช้ถ้าไม่ได้ขออนุญาต

ใครทำอะไรผิดกฎ ผิดกติกาเธอต่อว่าทันที

ตกลงกันแบบไหนก็ต้องแบบนั้น อะไรที่เราบอกให้เธอทำ ทุกคนต้องทำ

เช่น เธอวิ่งขึ้นบันไดไม่ได้ ทุกคนก็วิ่งไม่ได้นะ เพราะมันจะหกล้ม เหมือนกันหมด

ซึ่งทีแรกเรื่องนี้แม่เองแอบคิดกันว่า คงเป็นนิสัยส่วนตัวมากกว่า

6. คาดหวังว่าทุกอย่างจะสมบูรณ์

เธอทำอะไร อย่าไปบอกว่า ของเธอไม่เสร็จ หรือว่าใครทำอะไรไม่เสร็จให้เธอเห็นนะ

เธอจะเข้ามาจัดการ เป็นผู้จัดการเลย คนนี้ต้องทำแบบนั้น แบบนี้ คนนั้นต้องอย่างนี้ซิ

และจะผิดหวังง่าย หน้างอคอหักถ้ามีใครไม่ทำตามสิ่งที่เธอจัดการไว้

อันนี้แม่ก็คิดว่า น่าจะเป็นเพราะตอนท้องแม่ใจน้อย (ดูความคิดแม่ดิ แต่ละเรื่อง ไร้ที่มาจริ๊งจริง)

7. มีความรู้สึกผิดชอบ ชั่วดีสูงมาก

เวลาผ่านพระ แม่บอกครั้งเดียวว่าต้องไหว้ เธอก็ไหว้พระโดยส่วนมากที่พบ

แต่ถ้าแม่เกิดไม่เห็นแล้วไม่ได้ไหว้ เธอโวยค่ะ

แล้วอย่าได้ บี้มด ตบยุงให้เธอเห็นเชียวนะคะ เธอบ่น

แม้กระทั่งคนขับรถเท็กซี่ ตบยุงในรถ เธอก็พูดขึ้นมาเลยว่า

ไปตีมันทำไมค่ะ มันแค่มาขอเลือดเท่านั้นเอง ไม่ตีมันเดี๋ยวมันตาย กลับบ้านไม่ได้นะ

ลูกมันรออยู่ เดี๋ยวลูกมันคิดถึง

อันนี้แม่ก็คิดว่า เพราะเราสอนเค้าแบบนั้น เค้าก็เลยจำ แต่ทำไมเธอดูทุกคนหมดสิ้นขนาดนี้

………………………………………….

สิ่งที่แม่สังเกตได้อีกคือ เธอไม่ชอบเข้าสังคมกับเด็กวัยเดียวกัน

แม่พาไปมิตติ้งแก๊งค์แม่หมูกี่ทีกี่ครั้ง เธอก็ไม่เคยสนในเพื่อนเลย

ที่โรงเรียนเธอก็จะเล่นกับคนที่ถูกใจเท่านั้น ซึ่งเต็มที่ 1-2 คนเท่านั้น

แล้วไม่พอใจใคร เลิกเล่นนะคะ ไม่ทะเลาะ ไม่ปะทะ เข้าบ้าน ชวนแม่เล่นด้วยแทน

จะำทำอะไร ต้องทำเอง เชื่อมั่นในสิ่งที่ตัวเองคิดมากเหลือแสน

จะบอกว่า เรื่องพวกเนี้ยหมอนแนะำนำว่าเราต้องปรับพฤติกรรมการเลี้ยงดูด้วย

ไม่งั้นลูกจะโตมาแบบ เพื่อนไม่ชอบชี้หน้า

วันนี้สิ่งที่พ่อแม่ควรทำคือ ปรับในส่ิวนที่ต่ำกว่าปกติให้สมดุล

มากกว่าที่จะสนับสุนสิ่งที่สูงให้โด่งออกไปทิ้งห่างสิ่งที่มันต่ำ

ซึ่งแม่เองได้รับคำแนะำนำที่ดีจากจิตแพทย์ที่แสนน่ารัก ในพฤติกรรมที่รับมือไม่ไหว

และแม่เองก็ได้รับความร่วมมือจากโรงเรียน ซึ่งครูอั๋นรอดูผลประเมินจากหมอ

แล้วเราจะนั่งคุยกันในเรื่องของการเีรียนการสอนของปรางว่าเราจะยังไงกัน

…………………………………………..

ตอนนี้อีกอย่างที่สังเกตได้คือ ความสนใจเป็นพิเศษของปราง

ปรางชอบต่อจิ๊กซอว์มากมาย ล่าสุด ร้องอยากได้จิกซอว์ไดโนเสาร์

เปิดกล่องมา มันมีแบบ 6 8 16 24 ชิ้น ในกล่องเดียวกัน

เธอต่อแบบ  6 , 8 ได้โดยฉับไว แต่อันนี้ไม่แปลกเพราะเล่นอยู่แล้ว

แต่พอถึง 16 ชิ้น ซึ่งไม่มีรูปไกด์แบบจิ๊กซอว์เจ้าหญิงที่เคยต่อนะ

เธอใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที แล้วต่อได้แล้วไม่หยิบจิ๊กซอว์นั้นอีกเลย

จิกซอว์เจ้าหญิง น้าเจนซื้อให้ปีใหม่ 20 ชิ้นมั้ง จะมีรูปตัวอย่างอยู่ด้านล่าง

วันดีคือดี .. เธอต่อจิ๊กซอว์กลับหลัง คือเอาลายคว่ำลง ต่อแต่สีน้ำตาลข้างหลัง

อีีกอย่างนึงที่เห็นว่าชอบมากมายคือ เปียโน ซื้อแบบของเด็กเล่นให้

ทั้งเล่นทั้งร้องออกไมค์ นี่บ่นอยากเรียนเปียโน มาตั้งแต่สามขวบ

แม่พาไปคุยกับสยามกลการ เค้ายังไม่รับ เค้าให้รอสี่ขวบ

นี่หาที่เรียนได้แระ เป็นบ้านครูของพี่บัว จะไปเริ่มลองเรียนต้นเมษายนนี้

ดูซิอยาก ๆ เนี้ยจะเรียนไหม และจะออกมาเป็นอีท่าไหน

………………………………………….

ลูกแม่ไม่ต้องฉลาดล้ำหรอก ขอแค่ให้อยู่ได้ในสังคมเป็นพอ

ถ้าความฉลาดที่มีมา ก็ขอให้ใช้ในทางที่ถูกที่ควรแล้วกัน

พ่อแม่ก็มีหน้าที่ที่จะคอยปูพื้นและปรับแนวทางให้ลูก

เหนื่อยกันต่อไปครับพี่น้อง .. ตอนนี้การร้องอาละวาดน้อยลงแล้ว

เพราะเราปรับแนวทางให้เข้ากับสิ่งที่เค้าเป็น

5 Responses to “ลูกฉันเป็นอะไรกันแน่ ?”

  1. aummy says:

    อยากพาโทรฟี่ไปประเมินบ้างจัง อยากรู้ว่าลูกเป็นยังไง

  2. tarngeo says:

    สวัสดีค่ะ ตาลค่ะ แม่น้องโทรฟี่แนะนำมา ลูกสาวตาลก็กำลังเข้ารับการวินิจฉัยเหมือนกันค่ะ ลูกสาวจะมีปัญหาในเรื่องของความกังวลสูง ติดความสมบูรณ์แบบ อยากคุยกันค่ะ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกันบ้าง มีแนวคิดเหมือนกันที่ว่าไม่ต้องฉลาดล้ำหรอก ขอให้อยู่ในสังคมได้โดยตัวเขาเองมีความสุขกับชีวิตก็พอแล้ว

  3. Yui says:

    ตาลคุ่ะ อีเมล์ยุ้ย kuntida@gmail.com อยากคุยด้วยเหมือนกันค่ะ เพราะปรางก็เป็น

  4. tarngeo says:

    แอดไปทางเฟสบุ๊คแล้วนะคะ Tarngeo@hotmail.com ค่ะ

  5. เล็ก says:

    ลูกผม จะ 9 ขวบแล้ว มีลักษณะคล้าย หลายข้อครับ แต่ที่แน่ ๆคื อวัด iq ได้สูงกว่า 130 การเรียนคะแนนก็ไม่ได้ดีเลิศ คนอื่นได้คะแนนเยอะกว่าหลายคน รู้สึกว่าเขาฉลาดมาก แต่ไม่เห็นจะอัฉริยะอะไรเลย ความบกพร่อง เช่น ด้านสังคม ก็บำบัดไป ใจยังคิดว่าบางด้านเร็วไป บางด้านช้าไป แต่พัฒนา ตามได้ การพัฒนาคนคงต้องใช้เวลาเป็นสิบ ๆ ปีครับ สู้ ๆ ครับ

Leave a Reply

 

Panorama Theme by Themocracy