เด็กไม่ป่วยเลย ไม่มีในโลก
อย่างที่อ่านกันไปตอนที่แล้ว .. เรื่องการป่วยไข้ของลูก
ข้อนึงที่อยากจะบอกคือ สำหรับบ้านนี้มี ประโยคนึงท่องไว้ว่า
“เด็กไม่ป่วยเลย ไม่มีในโลก” อย่านับแต่เด็กเลยค่ะ เราตัวโต ๆ นี่ก็ด้วย
ไม่มีใครบนโลกนี้ไม่เจ็บไม่ไข้ .. ข้อนี้ถ้าเรายอมรับได้
ชีวิตพ่อแม่ที่ห่วงลูก จะเบาขึ้นมาก
คนเป็นพ่อเป็นแม่น่ะ ไ่ม่อยากให้ลูกป่วย ไม่อยากให้ลูกไม่สบาย
แต่ก็ต้องยอมรับความจริงไว้ว่า ไม่ป่วยเลย มันเป็นไปไม่ได้
………………………………..
อะไรที่ทำให้แม่ยุ้ยคิดได้แบบนี้เหรอค่ะ
เพราะปรางนวลน่ะซิค่ะ .. ทำให้เรียนรู้จุดนี้ได้กระจ่างมาก
ตั้งแต่เกิดมา ช่วงเวลาในการกินนมแม่ ปีกว่า ๆ
เด็กหญิงน้อยของแม่ ไม่เคยแม้แต่จะเป็นหวัด
ขนาดแม่พ่อขี้มูกยืด ไอกันโขลก ลูกก็ไม่ติด
ดังนั้น .. ในช่วงเวลาขวบปีแรกของลูก แม่ไม่มีประสบการณ์เลย
ในเรื่องของการดูแลเด็กป่วย .. มีแต่ประสบการณ์เรื่องการปั๊มนม (อิอิ)
………………………………..
แล้วบทเรียนของแม่ก็เริ่มต้นขึ้น ในหัวข้อการดูแลเด็กป่วย
เมื่อวันที่เด็กหญิงที่วิ่งเล่น ขำฮา เริ่มมีอาการป่วยกับเค้าบ้าง
ปรางเป็นไข้สูง แตะๆ 40 เลยค่ะ ในวันทีี่่แม่กับพ่อต้องไปทำงาน
เราเอาลูกไปด้วย พ่อแม่ต้องไปถ่ายรูปแต่งงานให้ลูกค้าที่สวนผึ้ง
เอาลูกไป ก็ฝากลูกไว้กับพี่เลี้ยงลูกของเพื่อน ที่ทำงานด้วยกัน
ถ่ายงานเสร็จ ค้างคืนนึง ลูกตัวร้อน .. แม่ก็ อื้ม ๆ ตัวร้อนกินยาลดไ้ข้หละกัน
ดีว่ามีเพื่อนไปด้วย เค้าก็เคยให้ยาลดไข้ลูก ก็จัดการซะ
ปรากฎว่า .. ไข้ไม่ลงจนถึง กทม. ระหว่างเดินทางก็เริ่มเงียบซึม
จนเย็น ๆ ก็ยังไม่ลง แม่พ่อจัดการเครียสารพัดที่ต้องเครียหลังถ่ายรูปเสร็จ
กำลังจะพาไปหาหมอประจำที่ รพ. พระรามเก้า
ในขณะที่รถติดไฟแดง ลูกของแม่ก็ตัวนิ่มไปเลย ตาเหลือกขาว
……………………………….
อุ้ม ๆ อยู่ นิ่มไปเลย ไม่ตอบสนองใด ๆ ทายซิคะ วินาทีนั้น คนเป็นแม่จะทำไง
ร้องไห้ค่ะ บอกให้พ่อเปิดไฟฉุกเฉินเลี้ยวเข้า รพ. ที่ใกล้ที่สุด
ซึ่งตอนนั้นเราติดอยู่แยกตรงประชาชื่น มี รพ. เกษมราษฎร์ประชาชื่นอยู่ใกล้ ๆ
พอรถจอดหน้าประตู นังแม่วิ่งเร็วที่สุดในชีวิต อุ้มปรางแล้วก็ตะโกนลั่นไปหมด
ว่าช่วยด้วยค่ะ เด็กไข้สูง นิ่งไปแล้ว .. คือเห็นในละครแบบไหน มันเป็นแบบนั้นเลยค่ะ
พอเข้าห้องฉุกเฉิน เช็ดตัวลดไข้ .. ลูกก็ร้องได้ แต่แม่ยังร้องไห้ไม่หยุด
หลังจากนั้นเราก็เดินทางต่อไปยัง รพ. พระรามเก้า เมื่อปรางไข้ลดลง
ปรางไข้สูงอยู่หลายวันค่ะ ตรวจหาสาเหตุไม่เจอ ได้แต่เช็ดตัวลดไข้ไปเรื่อย ๆ
พร้อมกับให้ยา .. ให้น้ำเกลือ นั่นเป็นการ นอน รพ. ครั้งแรกของปรางนวล

นี่ค่ะ เด็กนอน รพ. ครั้งแรกในชีวิต ตอนตัวแค่เนี้ย
…………………………………..
หลังจากนั้นไปสักพัก สิ่งที่หนักที่สุดในชีวิตปรางก็เกิดขึ้น

เด็กไข้สูงอีกครั้ง .. แต่ไข้สูงไม่ใช่เรื่องแปลกแล้วสำหรับแม่ยุ้ย
แต่ว่า .. การเป็นตากุ้งยิง หรือว่าพี่กุ้งมาเยี่ยมเนี้ยซิ ปาดหัวใจแม่น่าดู

นี่เป็นภาพที่เม็ดไม่ใหญ่นักนะคะ ..

นี่ค่ะเม็ดโตเลย .. เม็ดนี้เป็นเม็ดแรกถ้าจำไม่ผิด แม่หละหมอเด็กพยายามเลี่ยงการกรีด
โดยการลองให้ยาดูก่อน .. เริ่มจากยาแก้อักเสบตัวธรรมดา จนหมอตาให้ตัวแรงขึ้น
ผลปรากฎว่า .. หนีไม่รอดค่ะ Augmentin ทำให้ปรางท้องเสียหนัก .. ไม่พ้นค่ะ นอน รพ. อีก
ทีนี้ .. ทั้งท้องเสีย ทั้งตาปูด .. กรณีนี้ำทำให้แม่ ขอหมอคุยกับหมอเด็กเป็นการส่วนตัว
เพื่อของเปลี่ยนหมอตาที่ดูแลน้องปรางเลยทีเดียว ..เนื่องจากอะไรรู้ไหมค่ะ ?
หมอบอกว่า ปรางนวลตัวเล็ก น้ำหนักน้อย เลยทำให้เป็นกุ้งยิงถี่
ต้องเพิ่มน้ำหนักให้ได้ .. ถ้ายังเ็ป็นอีแบบนี้ ก็ไม่วายต้องเป็นแล้วเป็นอีก
แล้วหมอบอกว่า การรักษาคือการผ่า ต้องวางยาสลบ ซึ่งปลอดภัยนะ แต่ก็มีความเสี่ยงอยู่บ้าง
……………………………………….

ไม่รอดค่ะ .. งวดนี้ต้องกรีดแน่ ๆ แต่แม่ขอเปลี่ยนหมอ
แล้วก็ขอคุยกะหมอคนใหม่ ตอนที่ปรางนอน รพ. เนี้ยหละคะ
หมอบอกว่า .. จริง ๆ ถ้ากรีดสด ๆ ได้จะดีมาก เพราะยาสลบกับเด็กเล็กก็นะ
สรุปว่า เรากรีดกันสด ๆ นะคะ ไม่วางยา แต่ฉีดยาชา .. ไม่อยากบรรยายภาพนั้นเลยค่ะ
………………………………………
พ่อแม่ต้องช่วยกันจับ อยู่ในห้องผ่าตัดเล็กด้วย คอยจับแล้วก็ให้เสียง
แต่ปรางก็ดิ้นนะคะ แต่ก็ไม่มาก คงเพราะหมดแรงจากท้องเสียด้วย
สงสารลูกจับใจ .. ใครจะอยากให้ลูกมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ ตั้งแต่ตัวแค่นี้ ไม่มีหรอกคะ

แต่งานนี้ เ็ด็กน้อย ๆ คนนี้ สอนอะไรผู้ใหญ่ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแม่รู้ไหมคะ



ก่อนทำการกรีด ปรางร้องงอแงมาก ก็น่าจะมาจากการปวดตา
เพราะการเป็นหนองมันทำให้ปวดตุ๊บ ๆ อยู่ตลอดเวลา
แต่พอกรีดแล้ว .. ดูจากภาพค่ะ เธอเล่นได้บันเทิงมาก
ทำให้คนเป็นแม่คิดได้ว่า .. บางทีทางเืลือกที่เราว่าแย่ อาจจะดีกับลูกก็ได้
และอีกอย่าง .. ลูกใช้ชีวิตได้แบบปกติเลยถึงแม้จะปิดตาข้างนึง
แล้วแม่ทำไมมามัวสงสาร มาัมัวคิดมาก มามัวเป็นห่วง
ทั้ง ๆ ที่ มันคือการรักษาที่ทำให้ลูกดีขึ้น …ทำให้เรียนรู้ว่า “อย่าติดสินอะไรที่เราเอง”
บางทีมันอาจจะดูเจ็บ แต่ระยะเวลาในการเจ็บมันไม่ได้นานมาก
แต่ลูกดีขึ้นตั้งเยอะ จะมากลัวนั่น กลัวนี่อยู่ทำไมเนี้ย !!
…………………………………….
ปรางนวลเป็นตากุ้งยิงอยู่ 3 ครั้งติด ๆ กันเลยเีชียว
เราก็ยังพยายามหาสาเหตุกันต่อไป หมอให้ยามาป้าย มาหยอดทุกวัน
เป็นตัวยาแก้แพ้ .. ซึ่ง ตอนนั้นก็หยอดกัน ป้ายกัน เพื่อป้องกันสุดชีวิต
ผ่านไปได้สักระยะ เรา็ก็ลองให้กินยาแก้แพ้กัน เพราะยาป้าย ยาหยอดก็เอาไม่อยู่
จนมา ถึงจุดนึงที่เราพอจะสังเกตอาการนำ ก่อนการเกิดได้ว่า
ถ้าปรางนอนน้อย .. กลางวันไม่นอนเลย กลางคืนก็ดึก แล้วมีการขยี้ตา
เมื่อนั้นหละคะ .. พี่กุ้งจะมาเยี่ยม พอได้ข้อมูลดังนั้น เราก็ปรับด้วยวิธีดูแลตัวเองกัน
………………………………….
ไม่ให้ลูกนอนดึก ซึ่งยากมาก แต่ก็พยายามทำกันมาจนได้
ถ้าเริ่มเห็นว่าขยี้ตา ให้กินยาแก้แพ้ แต่ยาป้าย กะยาหยอดหยุดไปเลย
กินยาแก้แพ้เฉพาะตอนมีอาการเท่านั้นด้วย
เอาน้ำเกลือเช็ดตาทุกวัน ตอนเช้า หรือว่าบางเช้าที่เห็นว่า มีขี้ตาเขียว ๆ
เพราะหมอสอนแม่มาว่า เชื้อมันก็ติดที่ตากันได้เป็นปกติคะคุณแม่
แต่่ร่างกายเรานี่หละ สามารถขับมันออกไปได้ ด้วยกระบวนการทำให้มันเป็นขี้ตา
ซึ่งถ้าร่างกายขับมาเป็นขี้ตาได้ แปลว่าจะไม่เป็นกุ้งยิง
และนั่นคือร่างกายจะต้องอยู่ในสภาพที่แข็งแรง .. จึงจัดการกับเชื้อโรคได้
……………………………………
หลังจาก 3 ครั้งติด ๆ กันในการกรีดตากุ้งยิง ปรางนวลไม่ต้องเจอมีดหมออีกเลย
นั่นคือ .. แม่เองมีประสบการณ์และแนวทางในการดูแลมากขึ้น
มีขี้ตาเช็ดตาด้วยน้ำเกลือ ขยี้ตาก็ให้กินยาแก้แพ้
ถ้าเห็นขี้ตาเยอะหลายวัน ให้กินน้ำเต้าทองแก้ร้อนใน (อันนี้แผนโบราณเข้าแทรก)
ที่บอกได้ว่า ลูกตอ้งแข็งแรงนั้นหละดีที่สุดที่จะป้องกันเชื้อได้สารพัด
ไม่ไ้ด้พูดเพราะว่า ลูกฉันไม่ได้เป็นนิ ก็พูดได้ซิ
นี่พูดในฐานะที่ลูกฉันเป็นมาโชกโชนต่างหาก เลยพูดได้
เพราะปรางเนี้ย โดนมาสารพัดมากมาย
อย่างการป้องกันการเป็นหวัด หมอแนะนำเรื่องล้างจมูก
พอฟิดฟัิดปุ๊ปล้างคะ .. เดี๋ยวนี้ ถ้าทำแบบนั้นอย่างเคร่งครัดจริง ๆ
ปรางไม่ต้องกินยาฆ่าเชื้อ ยาแก้หวัดเลยนะคะ เธอจะหายได้เอง
แล้วปรางเองเป็นเด็กที่แม่และหมอใช้แนวทางเดียวกันคือ
ไม่ให้กินยาเยอะ ไม่ให้กินยาแรง .. อะไรที่รักษาได้ด้วยอย่างอื่น ทำก่อน
อย่างหวัด ล้างจมูกเอา ก่อนที่จะให้กินยาฆ่าเชื้อ
แต่เราก็ต้องมีขอบเขตนะคะว่า จะต้องทำแบบนี้ภายในกี่วัน ถ้าดีขึ้นคือโอเค
แต่ถ้าไม่ดีขึ้นต้องไปหาหมอแระ .. ต้องกินยาแระ
……………………………………
เรามีแนวคิดว่า ร่างกายแข็งแรงเนี้ย มันดูแลตัวเองได้ และต่อสู้โรคได้จริง
แต่กว่าจะทำได้เนี้ย มันยากอยู่ .. ทำได้บ้างไม่ได้บ้าง ก็ยังดี
ดีกว่าไม่พยายามเลย เพราะเราก็รู้ว่ามันคือสิ่งที่ดี
ฝากไว้อีกแนวทางนึงนะคะ เผือว่า เ็ด็กบ้านอื่น ๆ จะได้กินยาน้อยลง
และก็หวังว่า จะป่วยกันน้อยลง
