โรคระบาด

By Yui, 2 September 2010 11:41

ช่วงนี้ได้ยินเรื่องโรคระบาดที่ทุกคนหวาดกลัวกันหนาหูขึ้น

ไม่ว่าจะไ้ข้หวัดใหญ่ 2009 บางคนบอกว่ามี 2010 แล้วด้วย

หรือว่า มือ เท้า ปาก แล้วก็ ตาแดง ด้วยนะพักนี้

เยอะไปหมดเลย .. แล้วโรคเด็กเนี้ย ก็ควบคุมยากเสียด้วย

………………………………

แ้ล้วก็มีหลายต่อหลายคนคุยกัน..ว่าจะทำไงดี

จะไม่ให้ลูกไปโรงเรียนมันก็ทำไม่ได้หรอก แบบนั้นน่ะ

ถ้าโรงเรียนเค้าปิดทำความสะอาด ฆ่าเชื้อ ล้างโน้นล้างนี่

เดี๋ยวทุกอย่างก็กลับมาเหมือนเดิมนะ ในความคิดฉันเนี้ย

เพราะ รร. ปิดฆ่าเชื้อได้ แต่ปิดห้างฆ่าเชื้อไม่ได้ ล้างรถเมล์หมดทุกคันไม่ได้

ล้าง รถไฟฟ้าใต้ดิน ล้าง รถไฟฟ้า BTS ทั้งหมดไม่ได้

เอาเป็นว่า ล้างกรุงเทพฯ พร้อมๆ กันทั้งหมดไม่ได้

เดี๋ยวก็จะต้องมีเชื้อวิ่ง ๆ กลับมาโดนเราอีกนั่นหละคะ …จริงไหม ?

………………………………..

ของเล่นลูกที่บ้าน .. ล้างครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่

ขอแม่ยุ้ยคิดก่อนนะ .. น่าจะตอนปรางป่วยรอบ ขวบครึ่งคะ

เข้า รพ. ครั้งแรก ออกมาแม่ล้างของเล่นหมดบ้านเลย

กลัวเชื้อโรคที่ลูกเป็นก่อนไป รพ. จะยังค้างอยู่

แต่นั้นก็เป็นหนเดียวคะ .. หลังจากนั้น นอน รพ.อีกกี่รอบก็ไม่เคยล้างเลย หุหุ

………………………………….

เด็กเิริ่มไปโรงเรียนเนี่ยหมอเค้าให้แม่ทำใจไว้ก่อนเลยนะ

คิดซะว่า เป็นช่วงเวลาแห่งการสร้างภูมิต้านทานแล้วกัน

ทำใจไว้ มากโขนะคะ .. พอฟังหมอแบบนี้

ก็คิดไว้แล้วว่า เป็นอะไรก็ต้องรักษากันไป

เพราะยังไงสุดท้ายเราก็เก็บลูกไ้ว้แต่ในบ้านไม่ได้แน่ ๆ

การติดเชื้อเดี๋ยวนี้มันไม่ได้ เป็นแค่ที่ห้องเรียน ใน รร. แล้วหละ

ห้างที่พ่อแม่ชอบไปเดินกันเนี้ยหละ .. ชนะเลิศเลย

เพียงแต่พ่อแม่ยังไม่ค่อยรู้สึก เพราะยังหรรษาอยู่นั่นเอง

หรือแม้แต่สถานที่ต่าง ๆ ที่พ่อแม่ไปมา ก็อาจจะมีเชื้อโรคเกาะเสื้อผ้ากลับมาบ้าน

เอาง่าย ๆ ขนาดปรางไปนอนอยู่ รพ. อยู่แต่ในห้องเรา

ไม่ออกไปนอกห้อง ไม่ไปเล่นของเล่นรวม ไม่ไปเดินเล่นเลย

ยังไ้ด้เชื้อไวรัสที่ทำให้ปากเป็นแผล จากห้องข้าง ๆ กระโดดมาติดเพิ่มได้เลย

เรียกได้ว่า การไป นอน รพ. เนี้ย มักจะมีของแถมเสมอ

ถ้าไม่หนักหนาจนเอาไม่ไหว หมอประจำตัวปรางก็ไม่ให้นอนแน่ ๆ

มีบางบ้านเห็นลูกกินข้าวไม่ได้ ป่วยอ่ะนะ ก็ขอให้ให้น้ำเกลือให้หน่อย

บ้านนี้ไม่เอาค่ะ เข็ด !!! กลัวของแถมอย่างที่สุด

พักนี้ของแถมเค้าแรงด้วย .. เด็กป่วย กันเต็มไปหมดเลย

นี่ขนาดแค่เป็นไข้ตัวร้อนธรรมดาหมอบอกว่าให้โทรมาก่อนนะคะ

ถ้าไม่อะไรจริง ๆ รอดูอยู่บ้านก่อน 3 วัน ถ้าไข้ไม่ลงค่อยเอามา

…………………………………

ทำไมแม่ยุ้ยไม่ตื่นเต้น เมื่อมีคนบอกว่า เด็กที่โรงเรียนปรางเป็น 2009

ไม่ตื่นเต้นหรอกค่ะ .. ที่ทำงาน ลูกพี่ที่ทำงานก็มีเป็นค่ะ สายพันธุ์ใหม่ไรสักอย่าง

พักนี้มันหลายอย่างจัง จำไม่หมด

ที่ทำงานพ่อปอก็มีค่ะ .. มีทั่วไปหมดเลย

แล้วเราจะรู้ได้ไงคะเนี้ย ว่าคนในลิฟต์ที่ืยืนข้าง ๆ ไม่ได้เป็น

คนที่เดินสวนกันในห้างตากี้ก็ไม่ได้เป็น

เราหนีไม่พ้นคะ .. คนที่ป่วยเนี้ย แต่สิ่งนึงที่เราทำได้คือ “ป้องกันตัวเอง”

และ “ป้องกัน” ลูกรักของเราให้ดี ด้วยวิธีที่เราทำเองได้

เพราะอะไรเหรอค่ะ เพราะเราควบคุมทุกอย่างรอบตัวไม่ได้

ถ้าทำได้ จะขอให้ผู้ว่าล้างกรุงเทพ พร้อมกันทั้งหมดเลยดีไหมอ่ะ ?

แต่สุดท้าย คนที่ป่วย ก็ยังมีอยู่ดีหละคะ ..

………………………………….

กินอาหารให้ครบ ล้างมือบ่อย ๆ นอนให้พอ ออกกำลังกาย

นี่คือคำแนะนำตามสื่อที่เค้าประกาศออกมาเลย

มันดูง่าย ๆ นะ แต่ทำกันยากนะ .. ทำเองยังทำได้ไม่ครบเลย

จริง ๆ มันก็คือการดูแลตัวเองให้ดี ทำตัวเองให้แข็งแรง

เพราะอะไรรู้ไหมค่ะ ?  ไม่ใช่ว่า คนเป็น 2009 จามใส่คน 10 คน

แล้วทั้งหมด 10 คนจะเป็นหมดทุกคนนะคะ

ถ้าใครไม่แข็งแรง นั่นหละคะ คุณจะติด แต่ถ้าคนแข็งแรง คุณก็ไม่ติด

นัี่่่่นหละคะ วิธีที่ดีที่สุด ที่คุณทำได้เอง ทั้งกับตัวคุณเอง และกับลูก

ให้เค้า้ล้างโรงเรียนฆ่าเชื้อใหญ่ แค่ไหน ถ้าลูกเราไม่แ้ข็งแรงพอ

ก็มีโอกาสติดเชื้อได้หมดหละคะ เพราะลูกเราก็ยังไปที่อื่น ๆ ด้วยที่ไ่ม่ใช่โรงเรียน

…………………………………..

คนไทย .. กลัวกับสิ่งที่ได้ยินมานะ แต่ไม่ปกป้องตัวเอง

ที่ำสำคัญ .. มองออกนอกตัวก่อนเสมอด้วย

สมัยที่โรคซาร์ระบาดที่สิงค์โปร์ ตอนนั้นแม่ยุ้ยอยู่ที่นั่นพอดี

ต้องไปทำงาน 2 สัปดาห์มั้ง ถ้าจำไม่ผิด

คุณยายต้องให้พ่อปอโทรมาหา เพราะดูข่าวในทีวีบ้านเรา ว่ามันร้ายแรง

มันเป็นแล้วตายกัน มันอย่างโน้นอย่างนี้ ..สรุปคือ มันน่ากลัว

แต่รู้ไหมค่ะ ที่สิงค์โปร์เป็นไง ?  รัฐมนตรีสาธารณสุขออกมาพูด 5 นาทีจบ

ว่าเราควบคุมได้ กั้นบริเวณแล้ว แล้วต้องป้องกันตัวเองอะไรบ้าง

เช้ามาคนสิงค์โปร์เดินปิดปากกันทั่วบ้านทั่วเมือง พี่ไทยอย่างเรายังเปิดปากเดินสบาย

สิ่งที่ต่างกันคือ .. การป้องกันตัวเอง คนที่โน้นเค้าทำกันอย่างเคร่งครัดมาก

เพราะถ้าเราป้องกันตัวเองได้ เราก็ไม่เป็น แล้วก็ไม่เป็นการเพิ่มเชื้อให้แพร่ระบาดด้วย

แต่พี่ไทยไม่ใช่แบบนั้นซิค่ะ .. ปากตัวเองก็ไม่ปิด เค้าห้ามอะไร ก็ทำ

แล้วก็ เฮ้ย !! ทำไมไม่ฆ่าเชื้อ ทำไมไม่ ทำงี้ ทำงั้น ..

…………………………………

เริ่มจากตัวเราก่อนคะ เริ่มจากครอบครัวเราก่อน

เหมือนสมัยที่มีข่าวว่า มีเด็กเป็น มือ เท้า ปาก แล้วตายเมื่อหลายปีก่อน

ตอนนี้ มือ เท้า ปาก ก็ไม่ได้ร้ายแรงเหมือนตอนนั้น เพราะอะไร ?

เพราะเรารู้หนทางแล้ว ว่า มันจะเป็นแบบนี้ แล้วเราจะต้องทำแบบนั้น

ตอนที่ครูหมีเจอตุ่มใส ๆ ในปากปราง เราก็ไม่ได้ตื่นเต้นนะ

หยุดก็หยุด รอก็รอ ไม่หายก็ไปหาหมอ พอมีไข้ก็เอาไปตรวจ

คุยกะหมออยู่ตลอดว่าเราควรทำไงบ้าง รอดูอะไรบ้าง

เพราะว่า เห็นมาแล้วว่า ท้อดลูกแม่ฝน ฟี่ลูกแม่อุ๋ม ก็เป็นมาก่อนแล้ว

ก็ดูว่าไม่ได้ร้ายแรงอะไร กินติมได้ด้วย อิอิ

……………………………….

คงจะต้องเริ่ม มองย้อนกันกลับมานะคะ

“กลัว” อย่างมีสติดีกว่า หรือไม่ก็กลัวแต่กลับมาตั้งหลัก

พยายามทำในสิ่งที่เราทำได้ก่อนดีกว่า

ตอนนี้ น่าจะเป็นอีกโรคนึงที่ระบาดคือ การกลัวจนเกินไป

กลัวจนขาดสติ กลัวไปหมด แต่ก็ไม่ป้องกันอะไรด้วยตัวเองก่อน

ลองช่วย ๆ กันดูนะคะ เผื่อว่า จะดีขึ้น

Panorama Theme by Themocracy