วันพระที่สองของฉัน

Filed Under (วันพระ) by Yui on 11-09-2005

วันนี้เป็นวันพระที่สอง สำหรับการถือศีลของฉัน
สัปดาห์นี้ฉันมาอยู่บ้านปอที่ลพบุรีตั้งแต่วันเสาร์
แล้วฉันก็บอกเจ้ปู ว่าพรุ่งนี้ฉันไม่กินข้าวเย็นนะ
แล้ววันพระ ตื่นไปทำบุญกันนะ เจ้ปูก็รับปากว่าจะไป แล้วก็จะปลุกฉันด้วย
ตอนนี้พี่เขยปอ ก็บวชเป็นพระอยู่วัดที่อำเภอใกล้ ๆ กัน
ก็ไปกราบหลวงพี่มา .. พอได้ยินว่า ฉันถือศีลแปดวันพระนี้
ท่านก็ทำหน้าไม่เชื่อ .. ท่านก็ถามว่า ตกลงถือศีลเนี้ย เพราะจะลดความอ้วนเหรอ
แล้วที่ไม่ยอมเปิดทีวีวันพระเพราะจะประหยัดไฟที่หอรึเปล่า
ฉันก็ได้แต่ขำ .. แล้วก็บอกว่า โหย !! หลวงพ่ออ่ะ

บางทีการถือศีลแปด ในวัยไม่ถึงสามสิบปีของฉัน
คงทำให้หลายคนงง เนี้ยถ้าคนที่งงกะฉันรู้จักกะน้องมิงค์ คงยิ่งงงกว่า
ฉันว่า คนเราก็ตั้งป้อมกับธรรมะกันเสียจนกลายเป็นแบบนี้ไปหมด
พี่สาวฉันเอง ก็ยังบอกกะแม่ฉันเลย ว่าฉันเนี้ยดีนะ สนใจทางนี้เร็วดี
ตอนที่พี่เค้าชวนฉันไปวิปัสสนา แล้วฉันอยากจะตามเค้าไป ตอนที่เค้าไปที่คุณแม่ศิริ
พี่สาวฉันเริ่มไปวิปัสสนาเมื่อปีก่อ่น เอาลูกไป เอาแม่ไป แล้วก็สุดท้าย
ส่งสามีไปวัดอัมพวัน  ไปอยู่กับหลวงพ่อจรัญซะ แล้วก็ตามลุ้นว่า สามีจะหนีกลับมาก่อนไหม
จนแล้วจนรอด เฮียก็ทำสำเร็จ อยู่จนครบได้จริง ๆ 
พี่สาวฉันส่งลูกน้องไปกันหมดทั้งออฟฟิตเลยนะ
ใครจะไปวิปัสสนาจะจองให้ แล้วก็ไม่ต้องลาพักร้อนด้วย

คืนก่อนวันพระ ฉันกับปอขึ้นไปสวดมนต์ที่ห้องพระพร้อมกัน
รู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก … ถึงปอจะไม่ถือศีลแปดแบบฉัน
แต่แค่เค้าไม่ขัดฉันก็ดีใจจะแย่แล้ว เนี้ยเค้าก็ยังสนับสนุนพอสมควร
แล้วก็มาสวดมนต์พร้อมฉันโดยที่ฉันไม่ได้ชวนเลยด้วยซ้ำ

เช้าวันพระ .. เราก็พากันตื่นแต่เช้า
ไปทำบุญกันที่วัด ใส่บาตร ฟังสวดบนศาลา
ฉันชอบบ้านนอกก็เพราะเหตุนี้ด้วย ในศาลาวัดมีเด็กเล็ก ๆ เยอะเลย
พ่อแม่ ปู่ย่า มาทำบุญ ก็เอาลูกเอาหลานมาด้วย เด็กบางคนก็มานั่งพนมมือพิงยาย
คงจะฟังไม่รู้เรื่องอะไร แต่ก็ยังดีที่เด็กพวกนี้ได้ใกล้วัดตั้งแต่ตอนนี้
ฉันก็ตั้งใจไว้ว่า จะกลับมาอยู่บ้านนี่ ตอนคลอดลูกแล้ว
แล้วฉันก็จะพาลูกมาทำบุญที่วัดแบบนี้ทุกวันพระ
ปลูกฝังให้เค้าใกล้วัด .. เห็นชุมชนรวมกันได้ที่วัด
เราไม่เจอใครวันไหน ๆ เราก็จะมาเจอกันที่วัดวันพระ
เมื่อก่อนแต่งงาน ลุง ๆ ป้า ๆ ที่เจอฉันกับปอที่วัด
ก็จะพากันถามว่าเมื่อไหร่จะได้กินขนม ก็ที่วัดเนี้ยหละ ประจำเลย
ตอนนี้ก็เจอ แต่ก็เปลี่ยนคำถามไปว่า เมื่อไหร่จะมีน้องเสียที

พอทำบุญเสร็จ พี่สาวปอก็ชวนไปเที่ยว
บอกว่าจะขับรถพาไปอะไรกินที่ลำตะคองโน้น
ฉันก็ไม่รู้ว่ามันอยู่ตรงไหนหรอกนะ .. รู้แค่ว่า ถ้าอยู่ในรถเค้าต้องเปิดเพลงแน่เลย
แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ ฉันก็ไม่กล้าที่จะทักท้วงอะไร
ก็ทำเป็นไม่สนใจ .. ไม่ร้องตาม พยายามกำหนดลมหายใจ
ไม่สนใจกับเสียงเพลงที่ได้ยิน แล้วไม่นานเค้าก็ปิด
เราก็เปลี่ยนเป็นนั่งคุยกันไปแทน 

แล้ววันพระนี้ ฉันก็ทำตามคำแนะนำน้องมิงค์
กลางวัน ทานบ่ะจ่าง กับปอเปี๊ยะสด ฉันไม่ทานเนื้อสัตว์วันพระ
ก็หาอะไรหนัก ๆ ท้องที่ไม่ใช่เนื้อสัตว์ทานนั่นหละ
วันพระนี้เลยสบาย ไม่มีปัญหาเรื่องอาหารมาทำให้ศีลขาด
แถมพอขากลับ เจ้ปูยังชวนแวะกินก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำตก เจ้าอร่อยอีก
ตามแบบฉบับเดิมเลย บทวัดใจมาอีกแล้วครับ ก็มันบ่ายสองแล้วอ่ะ
ฉันก็ไม่กิน ไปนั่งดูเค้ากินกัน ปอก็บอกว่ากินไปเหอะ อย่าเคร่งนักเลย
ฉันก็บอกว่า ไม่ได้เคร่งนะ แต่มันไม่หิวเองต่างหาก ก็อัดข้าวเหนียวซะเต็มอัตรานิ
ขากลับ ไม่มีการเปิดเพลง เพราะปอเองก็คงรู้ ทำเป็นชวนเจ้คุยโน้นคุยนี่

ตอนขับรถกลับกรุงเทพฯ ปอก็ไม่เปิดเพลงฟังเลยนะ
นั่งคุยกันมาสองคนตลอดทาง .. อาจจะมีที่คุยพาดพิงถึงบุคคลที่สามบ้าง
ก็คงทำให้ศีลขุ่นมัวบ้าง อ้อ !! ตอนเช้ากลับมาจากวัด เดินเข้ามาที่บ้าน
ฉันเผลอตัวหยุดดูโดเรมอนที่หลานเปิดไปประมาณ ห้านาทีได้
งานนี้ก็โดเรมอนทำศีลหลุดไปนิดหน่อย .. แต่ก็ถือว่า ราบรื่นกว่าวันพระที่แล้วนะ

Post a comment