พอดี

By Yui, 17 October 2006 17:09

 

ไปกราบหลวงตามาเมื่อวานตอนเย็น
หลวงตากลับมาจากเชียงรายแล้ว
พอก้มลงกราบท่าน ท่านก็ทักก่อนเลยว่า
"เป็นไงบ้างยุ้ย ? ได้ข่าวว่าไม่ค่อยดี ถึงวาระใช้วิบากกรรม"
ท่านก็คงรู้จากพี่อ้อและนายว่าฉันเข้าไปฉี่สีแดงให้หมอตรวจ

หลวงตาท่านบอกว่า ก็เป็นธรรมดานะ
เมื่อถึงช่วงเวลาที่จะต้องใช้วิบากกรรมของการทำปาณาติบาต
ก็ทำให้ต้องเจ็บป่วยกันไปตามวาระกรรมนั่นเอง
หลวงตาท่านก็ถามว่า เป็นไง ได้ใช้กรรม เป็นสุขดีไหม ?
ฉันก็ขำ ๆ แล้วก็ตอบว่า ก็ดีค่ะหลวงตา บวนน้ำเกลือดี
ท่านก็เลยบอกว่า หลวงตานะ เวลาไม่สบายน่ะ ดีใจ
ดีใจที่จะได้เห็นของจริง .. ที่ครูบาอาจารย์ท่านสอนให้เห็นทุกข์จากกาย
เห็นทุกข์จากการมีร่างกายเป็นอย่างไร จะได้เห็นก็ตอนที่ป่วยนี่หละ
ถึงจะได้เข้าใจว่า อ้อ..แบบนี้นี่เอง ไม่ใช่เห็นแค่มันสวยหล่อ ขาวดำ

ก็คงจะเหมือนจะการที่จะเข้าใจทุกข์ ก็ต่อเมื่อมีทุกข์
ยิ่งถ้าจะต้องรู้จักทุกข์โดยละเอียด เลยจะต้องทุกข์โดยละเอียดมั้ง
อันนี้ฉันคิดเอาเองนะ ..แอบแปลคำหลวงตาสอนอยู่ในใจ

ที่ไปกราบหลวงตาเมื่อวานเย็น เพราะเอาการบ้านไปส่ง
ฉันและพี่ ๆ รับอาสาทำเว็บไซต์เพื่อกระจายข้อมูลเกี่ยวกับเด็ก
เป็นข้อมูลด้านการพัฒนาเด็กกลุ่มพิเศษโดยการใช้ธรรมะ
จึงต้องเอาความคืบหน้าไปให้หลวงตาท่าน คอมเมนท์
ตอนนี้ก็กำลังทยอยผลิตเนื้อหา เพิ่มเติมให้มากขึ้น
กำลังอยากได้กลุ่มตัวอย่างอ่านและแนะนำติชมพอดีเลย
ใครสนใจลองเข้าไปได้นะ เราเรียกกลุ่มของพวกเราว่า มุนินทะ
เป็นกลุ่มของพี่ ๆ ที่มีครอบครัว และมีเด็ก ๆ

หลวงตาท่านเน้นว่า การพัฒนาทักษะจะต้องใช้ความสมดุล
เด็กจะได้โตอย่างมีคุณธรรม และฉลาดไปพร้อม ๆ กัน
พ่อแม่เองก็ต้องเข้าใจคำว่าสมดุลด้วย ..ไม่ใช่จับลูกใส่กรอบแล้วก็ลากเส้นตามใจตัว
เหอะ ๆ ฉันเองยังไม่เข้าใจเท่าไรนักหรอก เพราะยังไม่มีเด็กในครอบครอง

หลวงตาท่านก็สอนพวกเราไปด้วย
ท่านบอกว่า ต้องรู้จักคำว่า พอดี
คำว่าพอเนี้ย ลึกซึ้งนะ คิดง่าย ๆ แปลว่ามีไม่ขาด
พอแล้วยังดีด้วย มีไม่ขาดและดี นั่นเอง
ถ้ามีมากไป เกินจำเป็น ก็ไม่ดี อย่างนั้นเรียกล้น ไม่ใช่พอ

ฉันชอบใจจังเลย .. "พอแล้วยังดีอีกนะ"
คนเราก็คิดแต่จะมีมาก ๆ ลืมนึกไปเนาะว่า มันล้น
เกินความจำเป็น แล้วมันไม่ดี มันไม่เหมาะกับเรา

หลวงตาท่านยังบอกอีกว่า การปฏิบัติธรรม ก็เหมือนกับการทำแกง
เช่นอย่างเราจะแกงเขียวหวานไก่สักหม้อ
ก็หาไก่มา หามะเขือมา หาพริกแกงมา เลือกสรรกันตามใจชอบ

ถึงเวลาก็เอาใส่หม้อ ตั้งไฟ แล้วก็เคี่ยวกันไป
เหมือนเวลาการปฏิบัติ ใครมีจริตแบบไหน ก็ทำตามจริตตัวเองไป
แต่การจะทำให้ธรรมะเข้าไปรวมในเรานั้น ก็ต้องอาศัยเวลา
ก็เหมือนหาส่วนผสมมาทำแกง การจะทำให้ธรรมะรวมอยู่ในเรานั้น
ก็เปรียบเสมือนขั้นตอนการเคี่ยวแกงเขียวหวานนั่นหละ
พริกแกงมันจะเข้าเนื้อกันเอง โดยการอดทนเคี่ยวกันไป
บางคนใช้ไฟแรง บางคนใจเย็นเคี่ยวไฟอ่อน ๆ 
แล้วรสชาดของแกงแต่ละคนก็แตกต่างกัน บางคนติดเค็ม บางคนชอบหวาน
บางคนเอาแค่พอสุกกินได้ ไม่ได้สนใจว่าจะต้องอร่อยมากมายก็ได้นะ

ก็เลยแอบถามตัวเองในใจอีกว่า
ฉันจะใจเย็นหาฟืนเคี่ยวแกงเขียวหวานของตัวเองแค่ไหนกันนะ
รู้สึกพักนี้จะขี้เกียจหาฟืนตะหงิด ๆ น่ะซิ ..
สงสัยต้องสนใจแกงหม้อเดียวของตัวเองแล้ว

………………………………………………………….

อีกเรื่องที่คิดได้ .. คำว่า มากกว่า น้อยกว่า นั้น
เราล้วนแต่ปรุงแต่งกันเอาเองแท้ ๆ ว่าใครมีอันนี้มากกว่าเรา
ใครมีอันนี้น้อยกว่าเรา  ตั้งสมมติกันขึ้นมา
ว่าแบบนี้เรียกมาก แบบนี้เรียกน้อย
ถ้าเอากฎของกรรมไปครอบไว้บนความมากหรือน้อยที่คิดกัน
จะได้ผลลัพธ์ออกมาว่า มันคือกฎของกรรม ไม่มีมาก ไม่มีน้อย
แต่ละคนมีรูปแบบที่จะต้องเผชิญแตกต่างกัน ตามกรรมที่ตัวเองมีเป็นต้นทุนนะ

ปล. ปาณาติบาท แปลว่า การฆ่าสัตว์

One Response to “พอดี”

  1. … [Trackback]…

    [...] Read More here: lovingcorner.com/diary/วันธรรมดา/พอดี [...]…

Leave a Reply

 

Panorama Theme by Themocracy