Jan
11คงถึงเวลาพัก
Filed Under (วันธรรมดา) by Yui on 11-01-2010
ออกจาก รพ. กลับไปทำงานวันแรก
ก็กลับมาด้วยการเป็นหวัด และไอพร้อมเจ็บคอ
ช่วงนี้คงเป็นช่วงที่รายกายเริ่มส่งสัญญาณให้พักแล้ว
เป็นอะำไรต่อ ๆ กันไปได้ขนาดนี้ไม่เคยมีมาก่อน
รู้สึกได้เลยว่า ร่างกายตอนนี้กับเมื่อสมัยคลอดลูกใหม่ ๆ
ต่างกันใ้ช้ได้เลย สมัยนั้นอดหลับอดนอน ตื่นให้นมทุกสามชั่วโมง
อยุ่เป็นเดือน ๆ ก็ยังไม่มีอาการแย่ขนาดนี้
ไม่รุ้ด้วยว่า ภาระกิจมันต่างกันด้วยมั้ง
แต่ก็ฉุกคิดขึ้นได้ว่า วันนี้ .. ฉันก็ยังต้องเป็นแม่อยู่นะ
แล้วนี่ถ้าเดี้ยงไปจริง ๆ สักคน ก็เห็นใจคนที่เหลือข้างหลังนะ
อย่างว่านะ คนเรา .. สังขารมันไม่เีที่ยงจริง ๆ เอาอะไรแน่นอนไม่ได้
ตอนนี้ยังไม่ตีห้าเลย แต่ฉันกลับนอนไม่ลง เพราะไอไม่เลิก
ทั้ง ๆ ไปหาหมอ กินยาจาก รพ. กลับไปมากกว่า ซื้อยากินเองซะงั้น
สมัยนี้ .. เค้าจ่ายยาประเภทกดอาการกันมากไปรึเปล่า
เลยทำให้เมื่อหมดฤทธิ์ยาเหล่านั้น อาการมันกลับหนักขึ้น
ตอนนี้รุ้สึกว่า การเอาน้ำเกลือล้างจมูกเวลาเป็นหวัด
กินน้ำอุ่นเยอะ ๆ กลายเป็นยาที่รักษาเราได้ดีที่สุด
ว่าพรุ่งนี้จะหยุดกินยาจาก รพ. แล้ว ดูซิว่ามันจะดีขึ้นไหม
ลองใช้วิธีเดียวกับที่ดูแลน้องปรางดู นี่ฉันก็แยกห้องมานอนห้องพระ
ไม่เปิดแอร์ ไม่เปิดพัดลม เปิดหน้าต่างนอน ก็อยู่ได้นะ
เลยทำให้ย้อนกลับไปคิดว่า สมัยเด็ก ๆ เราไม่เป็นภูมิแพ้ หรือไซนัส
เพราะที่บ้านไม่มีแอร์ติดแบบเพื่อน ๆ ที่มีสตางค์เค้ารึเปล่า
จำได้ว่า เพื่อนจำนวนนึงเป็นภูมิแพ้และไซนัสรุนแรงแต่เด็ก
จริง ๆ แล้วเค้าป่วยเพราะนอนห้องแอร์แต่เล็ก ๆ รึเปล่านะ
แล้ววันนี้พอเรามีปัญญาหาแอร์มาติดบ้านเราเอง
เราก็เปิดแอร์ให้ลูกนอน ด้วยความรู้สึกที่ว่า ลูกจะได้เย็นสบาย
เอ..นี่กำลังให้คุณหรือว่าให้โทษกับสิ่งที่คิดว่าสบายอยู่รึเปล่านะ
สงสัยจะต้องปรับแผนแล้ว .. น้องปรางจะไป รร. ซึ่งไม่มีแอร์
แล้วแม่หละจะทำได้ไหมให้ลูกนอนไม่เปิดแอร์ ในวันที่ร้อนมาก
เผื่อว่า จะเป็นการสร้างความแข็งแรงให้กับลูกในอีกรูปแบบนึง
คนอื่นที่ีเค้าไม่นอนแอร์กัน เค้าก็ยังนอนกันหลับฝันดีนินา
เค้าไม่ได้รู้สึกหรอกว่า สบายหรือว่าลำบาก เหมือนเราตอนเด็ก ๆ ไง
เหมือนกับเรื่องร่างกายเราเองตอนนี้ มันทรุดเสียจนรู้สึกได้
ว่าเราใ้ช้มันแบบไม่ดูแลมาสี่ห้าปี ทำงานหนัก ๆ นอนดึก กินไม่เป็นเวลา
แต่ละอย่างบั่นทอนตัวเองทั้งนั้น เีพียงเพื่อคำว่า “จะให้งานเสร็จตามเวลา”
วันนี้กำลังรับผลของ “การทำงานให้เสร็จตามเวลา” อยู่เนี้ย
โทษใครไม่ได้เลย นอกจากตัวเองแท้ ๆ ไม่รู้จักคิด
วันนี้คิดได้แล้วว่า่ จะพัก ตั้งแต่ปีใหม่มาเนี้ย ทำงานไม่กี่วัน
ที่เหลือลาป่วยโลด .. แล้็วก็ลาชนิดไม่จับงานเลยด้วย
เพราะสภาพไม่ไหวจริง ๆ แล้วก็คงต้องรับสภาพใ้ห้ได้ด้วย
มีนะที่บริษัท พนักงานทำงานแล้วก็ปวดหัวบ่อย ๆ
พี่เค้าก็ไม่ได้ไปหาหมอเพราะคิดว่าแค่ปวดหัวธรรมดา
จนวันนึง เส้นเลือดในสมองแตกไปเลย
แล้วล่าสุดที่ได้ข่าวมา ทางบริษัทก็เอาหนังสือเลิกจ้างไปให้เซ็นต์แล้วด้วย
จะเรียกได้ว่า นี่เป็นตัวอย่าง ของการรับผิดชอบในหน้าที่รึเปล่า
แต่สำหรับฉันวันนี้ ต้องบอกว่า ฉันขอรับผิดชอบในหน้าที่ แม่มากกว่าหน้าที่อื่น
เพราะการเป็นแม่ลาออกไม่ได้ ขอเปลี่ยนตำแหน่งก็ไม่ได้
ที่สำคัญ .. ลูกฉัน มีแม่ไ้ด้แค่คนเดียว
สงสัยต้องคิดเรื่องรักษาชีวิตไว้เลี้ยงลูกนาน ๆ แล้ว
อันจะเดี้ยงไปด้วยเหตุอื่น ก็ยังพอรับได้ แต่ถ้าเี้ดี้ยงไปเพราะทำงานเนี้ย คงไม่เอาแล้ว
It’s about the same situation what I got right now. No more work hard if you want to live long life. It’s time to restore your life.. Eat, excercise, spend your life with your kid and family
Man… it’s so suffer right?
ยังไม่ได้ทำหน้าที่แม่นะ
แต่ก็ยังอยากรักษาตัวเอาไว้ ตุนกำลังเอาไว้เผื่อจะได้เป็นแม่กับเค้าในระยะยาวบ้าง
ทุกวันนี้ก็ทำงานให้เสร็จตามเวลางาน ไม่ไถลเวลางานมากนัก
พักผ่อนให้พอ กินน้ำอุ่น หรือน้ำอุณหภูมิห้องให้ได้มากกว่า 6 แก้ว
ทั้งที่แต่ก่อนวันนึงไม่ถึง 2 แก้ว ที่เหลือ ชา โกโก้โลด
ยังอยากจะมีแรงทำงาน หาเงิน อยู่กับครอบครัวนาน ๆ โดยไม่ป่วยหนักเหมือนกัน ไม่อยากคิดภาพตัวเองเป็นพนักงานดีเด่นแต่ต้องไปรับรางวัลชีวิตในโรงพยาบาล
สู้ ๆ